parallax background
 

การจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
แบบประคับประคอง
ที่ Kerala ประเทศอินเดีย

ผู้เขียน: วรรณวิภา มาลัยนวล หมวด: อาสามีเรื่องเล่า


 

ในการประชุม Living Will and Palliative Care Conference ที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมแกรนด์ปาร์ค จ.นครศรีธรรมราช ได้รับเกียรติจาก Dr. Suresh Kumar ซึ่งท่านเป็นผู้มีส่วนในการก่อตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง (Palliative care) ที่ Kerala ประเทศอินเดีย ตั้งแต่ปี คศ. 2003 ปัจจุบันเป็นหน่วยงานที่ผู้สนใจด้านนี้จากที่อื่นๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมงาน เพื่อนำไปเป็นต้นแบบการตั้งศูนย์ และท่านยังเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำในการก่อตั้งศูนย์ Palliative care ในหลายๆ ประเทศอีกด้วย ท่านเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่ได้สร้างเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง ทั้งในด้านพื้นที่การให้บริการและค่าใช้จ่ายที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลแบบนี้ได้ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ในงานนี้ท่านได้ร่วมบรรยายเป็นหลักใน 3 หัวข้อคือ 1) Setting up palliative care services 2) Kerala Model in palliative care / Community volunteer 3) Pathophysiology and assessment of pain

การบรรยายของ Dr.Suresh เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง และ โรคที่รักษาไม่ได้ ที่ยังคงต้องการได้รับการดูแลตลอดชีวิตของเขา ? และเกิดอะไรขึ้นบ้างกับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาไม่ได้แล้ว หลังออกจากโรงพยาบาลไป? คำถามเหล่านี้ชวนให้คิดถึงหลักการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองนั่นเอง

ในแต่ละปีมีผู้ป่วยกว่า 30 ล้านคน ที่ต้องประสบกับอาการปวดอย่างรุนแรงและอาการอื่น ๆ โดยไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่การจัดการกับอาการเหล่านี้มีวิธีการที่รู้กันอยู่ แต่น่าเสียดายที่ความรู้เหล่านี้ไปไม่ถึงผู้ป่วยที่ต้องการ แม้จะมีความพยายามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่คนส่วนใหญ่ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาก็ไม่ได้รับรู้และเข้าถึงเรื่องเหล่านี้

Dr.Suresh ตั้งคำถามต่อไปอีกว่า แล้วการดูแลแบบประคับประคอง คืออะไร? โดยลองตั้งโจทย์ที่ว่า หากมีผู้ป่วยชาย อายุ 68 ปี ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะแพร่กระจายไปถึงกระดูก ต้องออกจากโรงพยาบาลเพราะว่าการดำเนินไปของโรคนั้น แพทย์ไม่สามารถรักษาได้แล้ว และผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตภายใน 6-9 เดือน ผู้ป่วยมีแผลกดทับ มีอาการปวดไปทั่วทั้งตัว มีความวิตกกังวลตลอดเวลา รู้สึกโดดเดี่ยว และกลัวตาย หากคุณเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยรายนี้ในโรงพยาบาล คุณจะช่วยผู้ป่วยอย่างไร ? คำถามนี้ช่วยให้เรามองการดูแลได้อย่างครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ทั้งทางด้านกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาน และนั่นคือองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญสำหรับทุกศูนย์ดูแลผู้ป่วย

ความต้องการพื้นฐานในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่สำคัญคือ
1) ต้องมีองค์ความรู้และทักษะในการจัดการ
2) ต้องมีเวลา และ
3) ต้องมีการสนับสนุนการทำงานเป็นทีม

ปัญหาที่พบกับผู้ป่วยในหลายๆ ด้าน เช่น ทางกายอาจจะได้แก่ อาการหอบเหนื่อย ความปวด ฯลฯ ทางใจอาจจะเป็นเรื่องของความเศร้า ความกลัว ฯลฯ ด้านสังคมเช่น ผู้ป่วยอาจจะอยู่ลำพัง มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ และด้านจิตวิญญาน เช่น ศรัทธาและความเชื่อ เป็นต้น ดังนั้นหน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองต้องคำนึงถึงแนวทางช่วยเหลือให้สอดคล้องกับปัญหาเหล่านี้ เช่น รู้วิธีการจัดการกับอาการทางกาย รู้วิธีการพูดคุยเพื่อช่วยคลี่คลายทางด้านจิตใจ รู้และมีข้อมูลการช่วยเหลือด้านสังคม และสุดท้ายคือ รู้ว่าจะช่วยเหลือทางจิตวิญญานได้อย่างไร

ทีมงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งทาง WHO ได้กำหนดขั้นต่ำของทีมงานไว้ว่า ต้องประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล และคนทำงานในชุมชน โดยทั้งหมดจะต้องได้ผ่านการอบรมในด้านการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองนี้ทั้งระดับพื้นฐาน ระดับกลางและระดับสูง ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน้าที่ สำหรับในด้าน Palliative care การจัดตั้งศูนย์ในพื้นที่บริการนั้น จะเกี่ยวข้องกับเรื่องหลักๆ คือ
1) ด้านกำลังคน โดยรวมถึงคนที่เป็นมืออาชีพทางด้านการแพทย์, คนพื้นที่เช่นครอบครัว จิตอาสา
2) ด้านเงินทุนระดับท้องถิ่น และ
3) ด้านหน่วยงานของรัฐในท้องที่นั้นๆ ด้วย

ในการจัดตั้งศูนย์ต้องจัดให้มีการอบรมเบื้องต้นร่วมกันเสมอเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับทีมงานหลัก จากนั้นจึงมีการอบรมพิเศษในแต่ละด้านของบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญหากเป็นการจัดตั้งในโรงพยาบาล ต้องถือว่าเป็นงานในหน้าที่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมผู้ป่วยในศูนย์ หรือไปเยี่ยมที่บ้านก็ตาม

สำหรับระยะยาว การดูแลในชุมชนที่ควรจัดให้มีขึ้น ทั้งในด้านแพทย์ พยาบาลที่ต้องรู้วิธีการวินิจฉัยอาการ แม้ว่าจะรักษาตัวโรคไม่ได้ก็ตาม การดูแลเรื่องอาการหลักๆ เช่น ปวด คลื่นไส้ อาเจียร หอบเหนื่อย กลิ่นที่เกิดจากแผล อีกทั้งเรื่องการสื่อสารกับผู้ป่วยในทิศทางที่สนับสนุนกำลังใจ รวมถึงยาและอุปกรณ์ที่จะไปถึงระดับท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีระดับนโยบายมารองรับ และที่สำคัญควรมองไปจนถึง แนวทางการใช้บ้านของผู้ป่วยเองเป็นที่ในการดูแล

สิ่งที่ Dr.Suresh เน้นย้ำอีกประการ คือเรื่องของการใช้หัวใจของความกรุณาในการเยี่ยมเยียนและดูแลผู้ป่วย อีกทั้งการดูแลด้านไหนก็ตาม ควรจะอยู่ใกล้กับบ้านของผู้ป่วยเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ระบบการดูแลแบบประคับประคองที่มีคุณภาพที่ดี ต้องมีเครือข่ายการสนับสนุนที่ดีจากชุมชน และองค์กรที่จะให้ความรู้และการส่งต่อที่มีคุณภาพ ดังนั้นการมีจิตอาสาที่ได้รับการอบรมจึงมีความสำคัญเชื่อมโยงกันด้วยเช่นกัน

ความรู้ดีๆ จากแนวทางที่ Dr.Suresh ผู้มีประสบการณ์ด้านนี้มายาวนาน นับว่าเป็นประโยชน์กับผู้เข้าอบรมเป็นอย่างมาก และสร้างแรงบันดาลใจสำหรับหน่วยงานที่กำลังจะเริ่มจัดตั้ง ส่วนที่มีอยู่แล้วก็นำไปต่อยอดได้เช่นกัน

ท่านผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมยังสามารถดาวน์โหลดเอกสารของ WHO เรื่องของการจัดการ Palliatice care ได้จาก
http://www.who.int/ncds/management/palliative-care/palliative_care_services/en/

[seed_social]
1 มิถุนายน, 2561

ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด

นวนิยายเรื่อง The Unlikely Pilgrimage of Harold Fry ผลงานของ เรเชล จอยซ์ นักเขียนบทละคร ทั้งละครวิทยุและโทรทัศน์ แปลโดยธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ในชื่อเรื่อง ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด
13 มีนาคม, 2561

ผ่อนพักกาย ผ่อนคลายใจให้สุขสงบ ด้วย Body Scan

หลายคนคงเคยได้ยินคนพูดถึงวิธีการผ่อนคลายในระดับลึก หรือการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการทำ Body Scan มาบ้าง แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร จะทำได้อย่างไร และทำแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร