parallax background
 

R I P Creative Drama
ละครสร้างสรรค์สู่สุขคติ

ผู้เขียน: มัณฑนา บรรณาธรรม หมวด: อาสามีเรื่องเล่า


 

“สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านสู่ DIE STATION กับยานแม่ WE ADVENTURE ที่จะพาทุกท่านท่องไปใน UNIVERS OF LIFE โปรดตรวจสอบสัมภาระที่จะนำติดตัวไปด้วย และเพื่อความปลอดภัยกรุณารัดเข็มขัดด้วย มิฉะนั้นจะถูกปรับห้าพัน .... เมื่อทุกท่านพร้อมแล้วออกเดินทางได้

สิ้นเสียงกัปตันสาวน้อย ยานแม่ก็ทะยานเข้าสู่ห้วงจิตนาการพาผู้ชมย้อนเวลาไปกับนิทานในวัยเยาว์ จากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่อง เรื่องแล้วเรื่องเล่าไหลลื่นไปไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ด้วยเทคนิคขั้นสุดแบบที่ใช้ในหนัง Transformer ที่สามารถเปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นหุ่นยนต์ที่โต้ตอบได้ แต่ก็มิสามารถเปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้ แต่ของเราล้ำกว่ามากสามารถเปลี่ยนร่างแปลงกายจากยานแม่ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นป่าใหญ่ เป็นบ้านน้อยริมธาร หรือจะเป็น หมาป่าเจ้าเล่ห์ เสือร้าย อีกทั้ง เจ้าชาย-เจ้าหญิง แม่มดใจร้าย ชายชรา หรือว่าเด็กทารก ก็สามารถเป็นทุกอย่างได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมแต่อย่างใด มีเพียงร่างกายเล็กๆที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและความเชื่อล้วนๆ หากผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักจนสามารถสร้างสรรค์การแสดงที่เรียบง่าย ใสซื่อ หากแต่ทรงพลังถ่ายทอดสารที่นักแสดงต้องการสื่อถึงผู้ชมได้เป็นอย่างดี

ยิ่งไปกว่านั้นละครยังสามารถพาผู้ชมไปสู่มิติที่ลึกกว่าตาเห็นอีกด้วย อะไรจะขนาดนั้น

เมื่อเจอตัวผู้กำกับพี่กิต กิตติศักดิ์ แซ่หล่อ กลุ่มละคร DOIT อย่างไม่ทันให้ตั้งตัวเรายิงคำถามใส่ทันที่ว่าอะไรที่ทำให้เด็กน้อยวัยประถมเกือบสิบชีวิตได้เข้าใจและถ่ายทอดเรื่องราวความตายได้ชัดเจนขนาดนี้ เขาอธิบายว่า เขาใช้ Creative Drama ที่ให้ความสำคัญกับ Process หรือกระบวนการ มากกว่า Product คือผลลัทธ์ เมื่อใส่ Processให้กับเด็กๆ เมื่อ Processเริ่มทำงานแล้วให้โจทย์ เขาก็จะสร้างสรรค์ Product ที่ดีออกมาได้ เราทำหน้างงๆ กับ Product และ Process พี่เบิร์ด นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ คิดแจ่ม แอบได้ยินเราคุยกันแล้วเกิดอาการคันปากก็เลยชวนให้เข้าไปเรียนรู้กระบวนการที่ว่านี้กับผู้ชมมากหน้าหลายตามีทั้งนักศึกษา พ่อแม่ แพทย์ นักการละครและผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ

พี่เบิร์ด ชวนพวกเราคุยถึงที่มาที่ไปว่า R I P Creative Drama ละครสร้างสรรค์สู่สุขคติ เป็นความร่วมมือของภาคีต่างๆคือ DOIT ร่วมกับคิดแจ่มและน้องๆจากสันติอโศก โดยความสนับสนุนของโครงการความตายพูดได้โดยเครือข่ายพุทธิกา คุยไปสักพักคงแอบเห็นหลายคนนั่งบิดไปมาพี่เบิร์ดเลยชวนยืดเส้นยืดสายเล่มเกมส์เรียกเสียงหัวเราะพอผ่อนคลาย ต่อด้วยจับคู่วาดภาพโดยไม่ยกปากกาแล้วแลกภาพกันดูพอมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเล็กๆกับฝีมือของตน จากนั้นให้ทำปฎิมากรรมชีวิตด้วยกระดาษ A4 แผ่นเดียว ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำบ้างก็พับเป็นระเบียบแบบแผน บ้างก็ขยำขยี้ไร้รูปแบบ หรือ ฉีกๆม้วนๆ แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน พอเสร็จก็จับกลุ่มเล่าชิ้นงานของตนแลกเปลี่ยนกัน 4-5 คน แล้วทุกคนก็ต้องออกแบบท่าจากปฏิมากรรมของตนด้วย บางคนก็งงว่าจะทำยังไงจากกระดาษยู่ยี่ๆให้เป็นท่าทาง ลองนั่ง นอน ไม่ก็กลิ้งไปมา โบกไม้โบกมือ โยกย้ายไปมา แต่ก็ทำออกมาได้ในที่สุด แต่แค่นั้นยังไม่หนำใจพี่เบิร์ด นางยังมีคำสั่งที่พีคสุดๆคือให้รวมทุกปฏิมากรรมให้เป็นชิ้นเดียว โอ้ว...มีความชุลมุนระดับสิบเลยทีเดียว

ความคิดและความสนุกทำให้แต่ละกลุ่มได้ผลงานสุดสร้างสรรค์หนึ่งเดียวในสามโลกก็ว่าได้

กว่าจะรู้ตัวพวกเราก็ได้เข้าสู่กระบวนการ Creative Drama เรียบร้อยแล้ว พี่เบิร์ดเนียนจริงๆจนน้องๆนักศึกษาถึงกับออกปากชม

แม้แต่ชาวต่างชาติอย่าง Marcus Tristan หนุ่มใหญ่ของเราก็ยังสนุกและประทับใจกับกระบวนการนี้ เขาบอกว่า “A very stimulating and interesting workshop-fascinating how much variety was apparent when people were asked to express their lives with a sculpture made from a piece of paper. I imagine that with 1000 people there would be a 1000 different sculptures. A very interesting idea then to combine them together in small groups. I shall remember that part for a long time, I imagine. Thank you.

ส่วนผู้ชมสายแข็งที่ผ่านเวิร์คชอปความตายมาแล้วถึงกับออกปากว่า “ผิดคาดจากที่เคยเข้ากิจกรรมความตายที่เคยเข้าร่วม อันนั้นอาจจะทำให้เราตึงเครียดนิด ๆ แต่กิจกรรมนี้ทำให้รู้สึกถ้าตายด้วยความรู้สึกเบา ๆ แบบนี้ สุดท้ายขอบคุณสำหรับกิจกรรม เปิดมุมมองให้กับชีวิต เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ ขอบคุณมาก ๆ ตายอย่างมีรอยยิ้ม การได้เห็นความสารถของเด็ก ๆ คือความรู้สึกดี ๆ เพราะตอนเด็ก ๆ ตัวเองคิดว่ากิจกรรมแบบนี้ไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้วมันคือการให้ความบันเทิง ความสุขแก่ผุ้อื่นมาก ๆ” และสำหรับ อ.เหมียว (พญ วนิดา ปิยะศิลป์) แห่งโรงพยาบาลเด็ก บอกกว่า “ภูมิใจแทนที่พี่ ๆที่ส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จักตนเอง, ดีใจที่เด็ก ๆ ได้แสดงความรู้สึก ความคิด ออกมาอย่างสร้างสรรค์, เข้าใจและเห็นว่าเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้และยอมรับกับสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะเรื่องของความตายได้ดี เรียบง่าย (กว่าผู้ใหญ่), ขอบคุณทีมงานเบื้องหลังที่ทำให้เด็กพบกับความสำเร็จขั้นหนึ่งของชีวิต พร้อมกับความเข้าใจชีวิตค่ะ”

ในมุมของครอบพ่อแม่ก็พบว่า “เป็นกิจกรรมที่ดี น่ารัก รู้สึกถึงความอบอุ่น ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย ไม่คิดว่าวัยอย่างเราจะมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ แบบนี้ ความตายไม่น่ากลัวอย่างที่คิด จะให้ดีคือจะตายอย่างสนุกได้อย่างไร?

และแล้วก็ได้เวลาที่ยานแม่ต้องวนกลับมาที่ DIE STATION อีกครั้งเพื่อรับผู้โดยสารรอบต่อไป กัปตันสาวน้อยคนเดิมประกาศว่า “ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ DIE STATION กับยานแม่ WE ADVENTURE ที่จะพาทุกท่านท่องไปใน UNIVERS OF LIFE โปรดตรวจสอบทรัพย์สินที่จะนำติดตัวไปด้วยให้พร้อม และกรุณารัดเข็มขัดนิรภัยมิฉนั้นจะถูกปรับห้าพัน ส่วนที่เหลือไม่ต้องเสียใจ เราจะวนมารับอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา ไม่ว่าคุณจะพร้อมหรือไม่ สวัสดี R I P Creative Drama ละครสร้างสรรค์สู่สุขคติ

17 พฤษภาคม, 2561

วางใจอย่างไร เมื่อต้องตายแบบฉับพลัน

ถ้าเราจะต้องตายแบบฉับพลัน คือเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง หรือถูกฆ่า โดยมิทันได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ขอคำชี้แนะจากหลวงพ่อไพศาล ว่าควรวางใจอย่างไรดี
28 กันยายน, 2560

สั่งมาแบบนี้ก็แย่น่ะสิ!

"ศักดิ์ศรี" คือคำที่เราอาจรู้สึกเฉยๆ เวลาที่ร่างกายแข็งแรงดี สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น แต่เมื่อเราเจ็บป่วยอ่อนแอ สั่งอะไรใครไม่ค่อยได้...
17 เมษายน, 2561

ออยล์ พูลลิ่ง (Oil Pulling) ล้างพิษในช่องปาก

ผู้เขียนเคยได้ยินเรื่อง ออยล์ พูลลิ่ง (Oil Pulling) มานานแล้ว แต่ไม่ได้สนใจมากมาย จนได้พบกับพี่พยาบาลท่านหนึ่งแล้วสังเกตว่าเธอดูหน้าตาสดใสผิดหูผิดตา จึงเข้าไปถามว่ามีเคล็ดลับอะไร