parallax background
 

เด็กกำพร้าชื่อ คูโบ้

Kubo and the 2 strings

ผู้เขียน: ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ หมวด: รีวิวสุนทรียะ


 

คูโบ้เป็นเด็กชายอายุไม่ถึง 10 ขวบ อาศัยอยู่กับแม่ซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะ เช่นเดียวกับจิตใจของเธอ ที่บางช่วงดูเลื่อนลอย อมทุกข์ บางช่วงก็มีสติแจ่มใส เปิดฉากต้นเรื่อง คูโบ้ยังเป็นทารก คนดูจะทราบว่าเธอผ่านเรื่องเลวร้ายและเกือบตาย คูโบ้เป็นเด็กตาบอดข้างหนึ่ง แต่โดยรวมเขาร่าเริงแจ่มใส ช่วยเหลือแม่หารายได้พิเศษด้วยการเล่าเรื่องผจญภัยของวีรบุรุษฮัล โซโล อันเต็มไปด้วยจินตนาการ โดยเป็นเรื่องราวของพ่อซึ่งเป็นซามูไรที่แม่ถ่ายทอดให้เขาฟัง ในแง่นี้คูโบ้จึงมีแม่ที่เลี้ยงดูเขา และมีพ่อในจินตนาการเป็นแบบอย่างในจิตใจ คูโบ้สามารถใช้เวทมนตร์เล็กน้อยเสกกระดาษพับให้เป็นตัวละครที่มีชีวิตโลดแล่นขณะเล่าเรื่อง สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชม


แล้ววันหนึ่งชีวิตของคูโบ้ก็เปลี่ยนแปลงไป

ศัตรูของครอบครัวคูโบ้ก็คือคุณตาและน้าๆ ของเขาเอง พวกเขาต้องการเอาดวงตาอีกข้างของคูโบ้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตอนต้นเรื่อง เราจะได้รับทราบว่าพ่อของคูโบ้ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยให้เมียและลูกหนีรอดปลอดภัย แม่ของคูโบ้ต้องฝ่าคลื่นลมทะเลหนีคุณตามาอยู่เกาะ เลี้ยงดูคูโบ้จนกลายเป็นเด็กวัยรุ่นตอนต้น

คูโบ้ต้องเผชิญกับการสูญเสียอีกครั้ง แม่ของคูโบ้สละชีวิตเพื่อช่วยให้เขาหนีจากเงื้อมมือของน้า คูโบ้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แต่ก็ตระหนักว่า ตนมีหน้าที่ทำตามคำฝากฝังของแม่ที่ให้ตามหาของวิเศษสามอย่างที่จะช่วยปกป้องอันตรายจากคุณตา และช่วยรักษาชีวิตตนเอง เมื่อคูโบ้รอดจากเงื้อมมือของน้า เขาก็พบว่าแม่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว เครื่องรางลิงจ๋อที่แม่ให้เก็บไว้กลับมามีชีวิตและทำหน้าที่คล้ายพี่เลี้ยงคอยดุด่าว่ากล่าวสั่งสอน พร้อมกับมิตรสหายคนใหม่คืออัศวินด้วงปีกแข็ง และเครื่องหมายที่ดูเชื่อมโยงกับฮัล โซโล ด้วย

คูโบ้ดูจะมีความสามารถในการมีความสุข มีความมั่นคงในจิตใจ เพราะระลึกถึงสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงของครอบครัว การได้ตระหนักรู้ถึงความรักและความทรงจำที่ดีต่อพ่อแม่ของตน ทำให้คูโบ้มีทุนชีวิตที่สำคัญ และในเรื่องจะถูกเน้นย้ำอยู่เสมอ สำหรับทุกคน ความรักและความทรงจำที่ดีเป็นทุนชีวิตที่คอยเกื้อหนุนยามเผชิญเรื่องยากลำบาก โชคชะตาของคูโบ้ไม่ได้เลวร้ายนัก ปราศจากแม่และพ่อ คูโบ้ก็ยังมีแม่ลิงจ๋อและอัศวินด้วงปีกแข้งคอยดูแลให้ความรัก ปกป้องอันตรายแก่เขา

สำหรับเด็กเล็ก พ่อแม่เป็นบุคคลสำคัญ เป็นสิ่งแวดล้อมที่สร้างความเชื่อมั่นให้เด็กรับรู้ว่าโลกนี้ปลอดภัย น่าอยู่ พักพิงได้ ช่วง 7 ปีแรกจึงถือเป็นช่วงสำคัญของการสร้างสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูก หากปราศจากพ่อแม่ เด็กก็ต้องการผู้ดูแลที่มาทำหน้าที่แทน เด็กกำพร้าชื่อคูโบ้จึงโชคดีที่มีพ่อแม่เสมือนคอยดูแลแทนพ่อแม่ที่แท้จริง เขาจึงยังได้รับอาหารใจ คือความรัก ความอบอุ่น มั่นคงปลอดภัย การมีคุณค่าที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย

ตลอดเรื่องราว มีการต่อสู้และผจญภัยหลายฉาก พร้อมกับบทสนทนาที่ค่อยๆ คลี่คลายปริศนา ฟากหนึ่งคือตัวละครที่มุ่งรักษา ปกป้องชีวิต คือคูโบ้และพ่อแม่ทั้งสี่ รวมถึงชาวบ้าน ขณะที่อีกฟากคือคุณตาและน้าทั้งสอง ซึ่งยึดถือความเชื่อว่า การไม่มีดวงตาคือหนทางแห่งความสุข ไม่ต้องทุกข์ร้อนกับชีวิต ไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้องยึดติดภาระใดๆ ทั้งสองฝ่ายมุ่งแย่งชิงคูโบ้ให้มาสู่เส้นทางของตน ฝั่งคุณตาและน้ามองว่า ตนกำลังมอบสิ่งสำคัญแก่คูโบ้คือความเป็นเทพ การอยู่เหนือความทุกข์ ไม่ต้องทุกข์ร้อนจิตใจ เพราะเมื่อปราศจากดวงตาก็ไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้องมองเห็นสิ่งรบกวนจิตใจ ขณะที่อีกฝั่งที่มุ่งรักษาชีวิต ก็ต้องการมีความรัก มีความทรงจำซึ่งอาจรวมถึงสุขและทุกข์

ในเรื่องราวจึงมีตัวละครสำคัญที่แม้ไม่ได้ปรากฏตัวชัดๆ แต่สะท้อนอยู่ในเรื่อง คือ พลังชีวิตและความตาย ความตายพรากชีวิต พรากความเป็นมนุษย์ออกจากจิตใจ ขณะที่พลังชีวิตมอบความมุ่งมั่น การดิ้นรนต่อสู้ ปกปักรักษาชีวิต

ท่ามกลางการสูญเสีย คูโบ้เลือกที่จะมีชีวิตแทนการจมจ่อมกับความเศร้า ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย เพื่อให้สมกับที่พ่อแม่สละชีวิตให้เขาอยู่สืบไป พลังชีวิตยังปรากฏในรูปความทรงจำถึงรากเหง้าของพ่อแม่และบรรพบุรุษ ฉากสำคัญคือพิธีกรรมลอยโคม ที่จะใช้โคมไฟเพื่อรำลึกถึงคนสำคัญในชีวิตที่จากไป ความตายอาจพรากผู้เป็นที่รักไป แต่ไม่สามารถพรากพวกเขาในจิตใจและความทรงจำได้ โคมไฟคือสื่อและสารถึงความรัก ความทรงจำที่มีต่อรากเหง้าและสายสัมพันธ์กับผู้เป็นที่รักของตน

ในความทรงจำ ผู้เป็นที่รักที่จากโลกนี้ไป ยังคงมีชีวิตโลดแล่นอยู่ ด้วยพลังชีวิตนี้เองที่คูโบ้ได้ใช้ปกป้องชีวิต เอาชนะและแปรเปลี่ยนคุณตาให้กลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง

ความตายยังมีบทบาทสำคัญ เมื่อเรายึดถือความเชื่ออุดมการณ์ใดๆ มากจนมองไม่เห็นชีวิต ทำให้จิตใจของเรามืดบอด จะเห็นว่าฝั่งของคุณตาและน้าทั้งสองสามารถพรากชีวิตญาติพี่น้องของตนโดยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อพวกเขามีอุดมการณ์แตกต่างจากตนเอง การมุ่งมั่นกับความเป็นเทพที่ไม่ต้องมองเห็น ไม่ต้องรับรู้สุขทุกข์ กระทั่งปราศจากความรู้สึก มีแต่ความคิด ความเชื่อที่ยึดถือ พวกเขาจึงทำเรื่องโหดร้ายได้โดยไม่รู้สึกรู้สา ไม่คำนึงถึงสายสัมพันธ์ อย่างที่คุณตาทำกับลูกเขย ลูกสาว และหลานชายของตน

ในตอนท้ายของเรื่อง คูโบ้ไม่เหลือใครอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกเจ็บปวด อาลัยรักเข้ารุมเร้า ในความทุกข์ทรมานใจ พลังชีวิตก็ทำให้ คูโบ้รับรู้ว่า พ่อแม่ยังอยู่ในจิตใจ ในความทรงจำ และปกปักรักษาเขาอยู่เสมอ การสัมผัสถึงความรักความทรงจำดังกล่าว ทำให้โลกไม่ได้น่ากลัวหรือโหดร้าย สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงผ่านเส้นผมของแม่ และสายเชือกจากพ่อในเครื่องดนตรีของคูโบ้ ทำให้เขาเชื่อมโยงความรัก ความมีคุณค่า ความหมายในตนเอง ความตายจึงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เมื่อมองผ่านความรักและความทรงจำที่ดีเมื่อต้องเผชิญความตาย ความตายก็ทำร้ายเราไม่ได้

19 เมษายน, 2561

“ตัดกรรม รำแม่มด” พิธีกรรมรักษาใจ

การเกิดแก่เจ็บตายจะเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่มนุษย์ทุกยุคสมัยยังพยายามคิดค้นและสรรหาร้อยแปดวิธีมาเพื่อยับยั้งหรือบรรเทา โดยเฉพาะความเจ็บป่วยที่ทำให้มนุษย์ทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ
19 เมษายน, 2561

สักการะ

สักการะจิตวิญญาณบรรพชน แบบชีวิตอันหลุดพ้นโลกียวิถี เข้าไปสู่ความว่างทั้งหมดไม่มี สัมผัสการบ่งชี้ สถานะ
19 เมษายน, 2561

เยียวยาด้วยใจรัก

“มีพบย่อมมีพลัดพราก หรือจากลา” เป็นคำที่เราคุ้นหู หรือได้ยินบ่อยๆ ซึ่งในยามปกติเราอาจจะไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อคำพูดนี้ หรืออาจจะรู้สึกว่า เออ ก็จริงนะ แต่เมื่อเกิดความสูญเสียกับเรา เราจะรู้สึกทันทีว่า “จริง”