parallax background
 

บันทึกจากโครงการอาสาข้างเตียง

ผู้เขียน: เกศิณี ธีรทองดี หมวด: อาสามีเรื่องเล่า


 

ดิฉันเป็นพยาบาลวิชาชีพ ทำงานประจำการอยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรม ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยที่เข้ามารับการผ่าตัดและผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานานๆ เคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการอาสาข้างเตียงมาบ้าง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมและไม่ทราบว่าโครงการทำกิจกรรมอะไรกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการอาสาข้างเตียง และได้รับมอบหมายให้เลือกผู้ป่วยในวอร์ด เพื่อให้น้องนิสิตแพทย์หลายชั้นปีเป็นอาสาสมัครเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยเรื้อรัง

ครั้งแรกที่ได้รับมอบหมาย รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะต้องพิจารณาหลายอย่างทั้งด้านของผู้ป่วยว่าต้องเป็นเคสที่ให้ความร่วมมือ เพื่อให้อาสาสมัครดำเนินกิจกรรมได้อย่างราบรื่น และที่สำคัญต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ป่วยและผลลัพธ์ที่จะเกิดกับผู้ป่วยทั้งในด้านบวกและด้านลบ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเป็นเช่นไร ที่ต้องคิดเช่นนั้นเนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน

จึงเลือกเคสซึ่งเป็นผู้ป่วยอายุ ๑๙ ปี เจ็บป่วยเรื้อรังตั้งแต่กำเนิด

ด้วยโรคทำให้ผู้ป่วยรายนี้ต้องสูญเสียภาพลักษณ์ ไม่มีโอกาสเหมือนคนปกติทั่วไปตั้งแต่เด็ก ทั้งด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน และการทำกิจกรรมต่างๆ แม้ว่าผู้ป่วยจะสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดีและใช้ชีวิตได้อย่างเกือบเป็นปกติ แต่ความรู้สึกของคนเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ยังแอบกังวลเล็กน้อย กลัวว่าการที่อาสาซึ่งอยู่ในวัยใกล้เคียงกันเข้าไปพูดคุย จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกเป็นปมด้อยหรือไม่ ผู้ป่วยจะคิดเปรียบเทียบตัวเขากับเพื่อนอาสาที่มีโอกาสในการเรียน การใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ อีกทั้งผู้ป่วยยังมีสิ่งคุกคามชีวิตในเรื่องภาวะเลือดออกจากแผล และอยู่ในช่วงที่ต้องตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้หรือไม่ ทำให้ผู้ป่วยกังวลมากเวลาอยู่คนเดียว หรือบางครั้งร้องไห้เมื่อคุยโทรศัพท์กับญาติ

จากการที่ได้ดูแลผู้ป่วยรายนี้มานาน จึงพิจารณาแล้วว่าน่าจะเกิดผลในด้านดีกับผู้ป่วยมากกว่า จึงตัดสินใจเลือกเคสนี้ให้อาสาสมัครซึ่งเป็นนิสิตแพทย์ใด้ดูแล ตลอดระยะเวลาสามเดือน ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการอาสาข้างเตียง ถือเป็นช่วงเวลาที่อาสาสมัครได้มาพูดคุย ทำให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกในใจ และคลายความวิตกกังวลลง ลืมความเศร้า ปล่อยวางความทุกข์ และมีรอยยิ้มเกิดขึ้น

ในช่วงเวลานั้น แม้ว่าจะสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีค่าสำหรับผู้ป่วย ซึ่งสำหรับพยาบาลผู้ดูแลแล้ว ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะสามารถดูแลผู้ป่วยให้พ้นจากความทุกข์ได้ในทุกๆ เรื่อง ขอเพียงแค่เกิดความสุขเล็กๆ ขึ้นในใจของผู้ป่วย ที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเผชิญกับภาวะเจ็บป่วย ยอมรับและปรับตัวใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดตามความต้องการของผู้ป่วย ดิฉันรับรู้ได้ถึงผลลัพธ์ที่ดีกับผู้ป่วยรายนี้ และแอบดีใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ผิด และคิดว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยรายอื่นๆ ต่อไปในโอกาสหน้า

เกศิณี ธีรทองดี
พยาบาลวิชาชีพ ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

[seed_social]
1 สิงหาคม, 2561

“โอบรับความเจ็บปวด” วิธีรับมือเมื่อคนรักตายจาก

กระบวนการความโศกเศร้าจากการสูญเสียคนรักนั้นไม่มีรูปแบบที่แน่นอนตายตัว หรือ “ถูกต้อง” เพราะความโศกเศร้าเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล บางคนวันนี้ดูดีขึ้น แต่วันต่อมากลับแย่ลง เหมือนลูกตุ้มหรือตุ๊กตาล้มลุกที่เหวี่ยงไปมา
16 กุมภาพันธ์, 2561

ความรักที่ไม่เคยหายไปไหน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในค่ำคืนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของน้องหนุ่ม (นามสมมติ) ย้อนกลับไปประมาณ ๒-๓ ปี น้องหนุ่มเคยนอนรอความตายจากโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ผู้เป็นแม่เฝ้าดูแลหน้าห้องไอซียูด้วยความหวัง
19 เมษายน, 2561

สติ มรรคาแห่งการดูแลจิตใจผู้ป่วย

“สติ” หลายคนคำนี้เป็นคำของพระและผู้ปฏิบัติธรรม แต่ความจริงแล้ว สติยังเป็นคำที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรให้ความสนใจ เพราะสติให้ผลอย่างมากในการนำพาผู้ป่วยให้พ้นจากความทุกข์ แม้กระทั่งสามารถเผชิญความตายได้อย่างสงบ