ให้ความตายเป็นพลังชีวิต

เรื่อง: วลัยพร วังคะฮาต หมวด: ชุมชนกรุณา


 

หากเรามีวัฒนธรรมในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องความตายเป็นปกติธรรมดา เราหลายคนน่าจะใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เพราะการพูดคุยเรื่องความตายเป็นโอกาสที่เราจะได้ทบทวน “การอยู่” ในปัจจุบันของเราว่า ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความหมายในช่วงเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้แล้วหรือยัง

ด้วยความเชื่อดังกล่าว กิจกรรม “ชีวิตคือดอกไม้ที่งดงาม” ได้เกิดขึ้นในปีนี้เป็นปีแรก เราเป็นส่วนเล็กๆ ของชุมชนกรุณา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งได้พยายามสื่อสารแนวคิดนี้ผ่านการจัดกิจกรรมกับเด็กเยาวชน และผู้ใหญ่จาก 4 สถานศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี

นักเรียนโรงเรียนบ้านคันไร่ ในอำเภอสิรินธร เป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้าร่วมกิจกรรมเฟสแรกของเรา

ในช่วงสายของวันที่ 3 เมษายน 2564 เมื่อทีมงานชุมชนกรุณา จังหวัดอุบลราชธานี มาถึงโรงเรียนบ้านคันไร่ เราเริ่มต้นทำความรู้จักคุ้นเคยกับน้อง ๆ จากโรงเรียนบ้านคันไร่ จำนวน 16 คน จากระดับชั้น ม. 2 ม.3 ถึง ม.ปลาย

หลังจากชวนน้อง ๆ แนะนำตัวและเล่นเกมละลายพฤติกรรมกันเป็นเวลาชั่วโมงกว่า เราจึงพาไปเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ชื่อ Home ซึ่งชวนให้ผู้เล่นทบทวนตัวเอง ทบทวนเป้าหมายชีวิต และไม่ประมาทในความไม่แน่นอนของชีวิต

ผู้นำกิจกรรมเชิญชวนให้น้องๆ ทุกคนเดินกลับมาอยู่กับตัวเอง งดการสื่อสารกับภายนอก เปิดการสื่อสารภายในตัวเอง

ในรอบแรกให้น้องๆ เดินไปเดินมาในพื้นที่ที่เราจัดไว้ในบริเวณจำกัด เดินด้วยความสงบ เพื่อเลือกจุดที่อยู่แล้วรู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้าน และในรอบต่อไปทุกคนจะต้องออกจาก “บ้าน” (จุดที่เลือกไว้) โดยมีกติกาว่าจะต้องกลั้นหายใจเมื่อออกจากบ้าน และกลับมาหายใจที่บ้านได้เท่านั้น

ป้าย 4 แผ่นซึ่งเขียนไว้ว่า “การเรียนรู้/การศึกษา” “เงิน” “เกียรติ/การยอมรับ” “ความสัมพันธ์” ถูกนำไปแปะไว้ที่จุดที่ห่างกัน สมมุติให้เป็นเป้าหมายที่เทียบเคียงกับชีวิตจริงที่คนเราต้องออกเดินทางจากบ้านเพื่อไปสู่เป้าหมายของแต่ละคน

น้องๆ เลือกเดินออกจากบ้านไปหาเป้าหมายด้วยลักษณะที่แตกต่างกัน บางคนเลือกเพียง 1-2 เป้าหมาย บางคนเลือกทุกเป้าหมาย และแต่ละคนก็มีลำดับของการไปหาเป้าหมายต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง หลายคนบอกว่าเลือก “การเรียนรู้” ก่อนที่จะไปหา “เงิน” เพราะในชีวิตจริงก็ต้องเรียนรู้ก่อนถึงจะมีความรู้ไปหาเงินได้ บางคนเลือกไปหา “เงิน” ก่อนที่จะไปสู่ “เกียรติ” เพราะคิดว่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สังคมยอมรับ

และไม่ว่าใครจะเลือกเส้นทางไปสู่เป้าหมายของตัวเองอย่างไร สิ่งสำคัญอีกอย่างที่น้องๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมนี้ก็คือ ความไม่ประมาทในชีวิตและความตาย

รอบสุดท้ายของการเดินไปหาเป้าหมายในกิจกรรม Home มีการเพิ่มตัวอุปสรรคเข้าไปเป็นปัจจัยการเรียนรู้ คือหนึ่งในทีมงานจะเดินหรือวิ่งไปแตะตัวผู้เล่น เมื่อใครโดนแตะตัว ก็จะหมดสิทธิ์และไม่สามารถทำอะไรในเกมได้อีกต่อไป

“ในชีวิตจริง อะไรที่เป็นอุปสรรคหรือปัจจัยที่ทำให้เราไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่เราอยากไป อะไรที่ทำให้เราต้องหยุดทุกอย่าง?” เราชวนน้อง ๆ คิด และได้คำตอบหลากหลายตามประสบการณ์ในชีวิตของแต่ละคน บางคนตอบว่า “สิ่งแวดล้อม คนรอบตัวที่ไม่ส่งเสริม” บางคนบอกว่า “ไม่มีเงิน” “ความเจ็บป่วย”แล้วก็มีใครบางคนตอบว่า “ความตาย”

ถึงตรงนี้เราได้ชวนน้องๆ พูดคุยถึงความตาย

ความตาย หยุดทุกอย่างที่เราคิดและฝัน และความตายก็ไม่ได้เลือกเพศหรือวัย หากเมื่อเวลามาถึง จะเป็นชายหรือหญิง จะแก่หรือหนุ่ม จะเป็นเพียงวัยรุ่นอายุยังน้อยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง ดังนั้น แม้ขณะที่เรายังอยู่ในวัยที่ต้องมองไปข้างหน้า มุ่งไปสู่เป้าหมายและความฝัน เราก็ไม่ควรประมาทในความไม่แน่นอนของชีวิต

น้องๆ พยักหน้ารับ บางคนมีสีหน้ากังวล บางคนนิ่งไปเหมือนครุ่นคิดอะไรในใจ

“จริงอยู่ความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่เราทุกคนต้องพบเจอ แต่เราจะมีท่าทีกับมันยังไง เราจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่จะมาชวนน้อง ๆ คุยในกิจกรรมต่อไปนะ” เราสรุปกิจกรรมสั้น ๆ เพื่อชวนน้อง ๆ ขยับไปสู่กิจกรรมต่อไป

หลังพักเที่ยง เราเปิดคลิปวิดีโอและหนังสั้นที่สื่อเรื่องชีวิตและความตาย เมื่อดูจบก็ชวนทบทวนผ่านคำถามว่าได้เห็นอะไรและได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้

เรื่องแรกเป็นคลิปสั้น มีชื่อคลิปว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย วัฏจักรชีวิต ใน 30วิ ฉบับการ์ตูนญี่ปุ่น” เป็นอนิเมชั่นการ์ตูนญี่ปุ่นสั้น ๆ ราว 30 วินาที ที่ฉายภาพชีวิตตั้งแต่เกิด เติบโต ใช้ชีวิต ทำงาน แต่งงาน แก่ และตาย ซึ่งดำเนินเรื่องด้วยความรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยั่งยืนยาวนานนัก มีเพียงวัฏจักรการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

เรื่องที่สองคือหนังสั้นที่ชื่อว่า “จีบได้แฟนตายแล้ว” (“THE ONLY ONE” A film by The 1 Card) เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่สูญเสียคนรักไป  เธอคิดถึงวันเวลาที่เคยใช้ร่วมกัน แม้บางทีจะมีวันที่ไม่ดี มีวันที่พวกเขาทะเลาะกัน แต่ก็มีช่วงเวลาที่ดีที่พวกเขาได้ดูแลกัน เป็นทั้งเพื่อน และบ้านที่อบอุ่นของกันและกัน

หลังจากน้อง ๆ เขียนความรู้สึกและสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากการดูคลิปลงในกระดาษ เราชวนพวกเขาแลกเปลี่ยนในกลุ่มใหญ่

“คลิปสะท้อนให้เห็นชีวิตจริงของมนุษย์” “เกิดแก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติของมนุษย์”

“เรียนรู้ว่าต้องใช้ช่วงเวลาของเราให้เกิดประโยชน์จนถึงวันสิ้นลมหายใจ”

“เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตและต้องหัดพึ่งพาตัวเองให้ไปถึงฝั่งฝัน”

“จะทำอะไรรีบทำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

“ทุกช่วงเวลานั้นมีค่าเสมอ”

“ควรใช้เวลากับคนที่รักก่อนที่จะไม่มีโอกาส”

หลากหลายคำตอบแสดงให้เห็นว่าน้องๆ สามารถเชื่อมโยงเรื่องที่ดูกับชีวิตตัวเองได้ หลายคนเรียนรู้ว่าชีวิตนี้สั้น ควรใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีความหมาย มี 2-3 คนพูดถึงการจัดการตัวเองเมื่อพบกับความสูญเสียในทำนองว่า ต้องทำใจและใช้ชีวิตต่อไป

“ถึงแม้เราจะคิดถึงเขามากแต่ไหน เราก็ต้องอดทนใช้ชีวิตต่อไป”

น้องบางคนบอกว่ารู้สึกเศร้า ใจหาย กังวลเมื่อได้ดูคลิปและพูดคุยถึงเรื่องความตาย แต่โดยรวมก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ทุกคนต้องพบเจอ พวกเขาอยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ได้ทำความฝัน ได้อยู่กับคนที่รัก ได้ดูแลครอบครัว

“ไม่ผิดที่เราจะรู้สึกเศร้าหรือกังวลเวลาที่คิดถึงเรื่องความตาย แต่อยากชวนน้องๆ นึกถึงตอนจบของคลิปการ์ตูนญี่ปุ่นที่เราดูเรื่องแรก... ตอนจบตัวละครที่ตายแล้วกลายเป็นวิญญาณมีสีหน้ายังไงคะ?”

“เขายิ้มครับ/ค่ะ” น้อง ๆ ตอบ

“อื้ม... จริงๆ แล้ว เมื่อคนเราได้ทำทุกสิ่งที่อยากทำครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ได้ลิ้มรสชาติชีวิตมาหมดแล้ว เราก็อาจจะเป็นเหมือนตอนจบของการ์ตูนนี้ก็ได้นะ คือ รู้สึกว่าได้เข้าเส้นชัย ไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างมีความสุขไงล่ะ”

“เมื่อเราได้ทำทุกอย่างในชีวิตให้เต็มที่ตามกำลังที่เรามีแล้ว เราได้ทำความฝัน ได้อยู่กับคนที่รัก ได้ดูแลครอบครัวตามที่คิดไว้ เราก็คงไม่มีอะไรค้างคาใจเมื่อเวลามาถึง”

สีหน้าแววตาของน้องๆ หลายคนแจ่มใสขึ้นเมื่อสรุปมาถึงตรงนี้

แต่กิจกรรมการเรียนรู้ของเรายังไม่เสร็จสิ้น เมื่อพูดคุยถึงเรื่องความตาย น้องๆ ก็ได้เรียนรู้ว่าควรจะใช้ชีวิตที่มีอย่างไรให้มีคุณค่า เราชวนน้อง ๆ ไปต่อกับการมองไปสู่อนาคตด้วยกิจกรรม “แผนที่ชีวิต” ชวนทบทวนชีวิตในอดีต มองสิ่งรอบตัว ต้นทุนที่เรามี และวางเป้าหมาย/ความฝันที่อยากจะไปต่อ โดยวาดภาพถนนจากอดีตไปถึงอนาคตลงในกระดาษ และแบ่งกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนแผนที่ชีวิตของกันและกัน

จากกิจกรรมช่วงเช้ามาถึงตอนนี้ พวกเราสังเกตเห็นว่าน้องๆ หลายคนมีความในใจบางอย่าง เมื่อพูดถึงอนาคตและความฝัน หลายคนกังวลว่าตัวเองอาจไม่สามารถทำตามความฝันได้ เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ปัจจัยด้านครอบครัว สิ่งแวดล้อมและผู้คนที่ไม่ส่งเสริมแล้วยังบั่นทอนกำลังใจ และปัจจัยส่วนตัวอีกหลายต่อหลายอย่าง

และในวงแลกเปลี่ยนแผนที่ชีวิต เราได้รับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นชัดเจนขึ้น

ตอนนี้เราอาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาของน้องแต่ละคนได้มากนัก แต่อย่างน้อย กิจกรรมในวันนี้ก็ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้น้อง ๆ ได้พูดความในใจออกมา ได้มีคนรับฟังปัญหา และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน น้องทุกคนเปิดใจที่จะแลกเปลี่ยนอย่างเต็มที่ เพราะในชีวิตปกติ พวกเขาไม่มีพื้นที่ที่จะพูดคุยกันเรื่องนี้เท่าไรนัก

ในตอนปิดวงเราเปิด “ไพ่รุ้ง” แจกจ่ายให้น้อง ๆ ทุกคน ไพ่รุ้งเป็นคำพรเสริมพลัง เป็นคุณสมบัติที่ดีที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาเมื่อเราใช้คุณสมบัตินั้น หลายคนประหลาดใจเมื่อได้อ่านข้อความบนไพ่ พวกเขารู้สึกว่ามันช่างตรงกับความรู้สึกตอนนี้เหลือเกิน มันเป็นคำที่ต้องการในตอนนี้พอดี น้องบางคนมากระซิบบอกทีมงานว่า “ตอนที่ได้อ่านไพ่รุ้งหนูรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”

เพียงเท่านี้ พวกเราทีมงานก็รู้สึกดีใจ อิ่มเอมใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมพลังใจให้น้อง ๆ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้

เมื่อมองเห็นกระบวนการที่ร้อยเรียงจากเรื่องเป้าหมายชีวิต --ไปสู่ความตาย –ไปสู่การใช้ชีวิตอย่างไรก่อนตาย – จนมาถึงการทบทวนมองดูตนเองในปัจจุบันอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเพื่อที่จะสร้างพลังในการดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมาย

การพูดคุยเรื่องความตาย จึงไม่ได้เป็นเรื่องของคนบางกลุ่ม ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนวัยใดวัยหนึ่ง

การตระหนักเรื่องความตาย ไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมพร้อมใน “การตาย” เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ชวนให้กลับมาทบทวนใน “การอยู่” ในปัจจุบันของเราทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

[seed_social]

12 สิงหาคม, 2561

บทพิเคราะห์ ความกรุณาบนความตาย

บทความชิ้นนี้ ในช่วงต้นเป็นการนำเสนอว่าความกรุณานั้นคืออะไรกันแน่ และส่วนที่สองของบทความชิ้นนี้ พยายามจะตอบปัญหาที่ว่าความกรุณานั้นส่งให้คนตายอย่างสงบได้อย่างไร แต่ทั้งหมดนี่ร้อยเรียงและไม่ได้แบ่งเป็นข้อๆ
15 มิถุนายน, 2562

Better day วันที่ดีกว่า

ชีวิตเหมือนจมน้ำ อยู่ในโลกสีดำ จำได้ว่าร้องไห้ เศร้ากับชีวิต กับความเป็นไป ชีวิตเหมือนไร้ค่า มองไม่เห็นอะไรเลย
22 กุมภาพันธ์, 2563

สร้างสุขที่ปลายทาง ปาฐกถา และ วัตถุประสงค์

ปาฐกถาของเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายแพทย์ ประทีป คณะกิจเจริญ และ ปาฐกถาของอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ในการเปิดงานสร้างสุขที่ปลายทางครั้งที่ 3