18-0
 

ตาย-เป็น
(Being Mortal)

ผู้เขียน: ศรินธร รัตน์เจริญขจร หมวด: รีวิวสุนทรียะในความตาย


 

ตายเป็น หรือตายให้เป็น ตายให้ดีนั้นทำอย่างไร คุณหมออาทูล กาวานดี ศัลยแพทย์ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย ซึ่งทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา บอกเล่าในหนังสือ ตาย-เป็น หรือ Being Mortal ถึงกระบวนทัศน์ระบบสุขภาพในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยของสังคมอเมริกัน ฉายภาพให้เห็นถึง "ภาวะใกล้ตาย" "ภาวะชรา" และ "ภาวะเจ็บป่วย" ที่ต้องเผชิญและจัดการดูแล ก็เพื่อที่จะ “เตรียมตัว” ตายให้เป็นนั่นเอง

จริงๆ แล้วเราต่างไม่เคยตาย เราจึงไม่รู้จักว่าความตายเป็นเช่นไร ทำให้กลัวและหวาดหวั่น แต่หากลองทบทวนดู สิ่งที่เรากลัวอาจเป็นความทุกข์ทรมานก่อนตาย และการสูญเสียตัวตนในวัยชราและในสภาพเจ็บป่วย

ในภาวะชราและเจ็บป่วย โรงพยาบาลและบ้านพักคนชรา (nursing home) คือสถานที่ที่จัดบริการสำหรับภาวะดังกล่าว แต่ผู้สูงวัยอาจไม่ต้องการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบ มีกำหนดเวลา เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัยทางสังขารเท่านั้น แต่พวกเขาอาจต้องการอิสระและยังคงคุณค่าในการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านด้วย ในสังคมอเมริกัน สถานที่ใช้ชีวิตโดยได้รับความช่วยเหลือ (assisted living facility) เป็นแนวคิดของ เคเรน บราวน์ วิลสัน (Keren Brown Wilson) ซึ่งค่อยๆ แปลงให้เป็นรูปธรรมในชื่อ พาร์กเพลซ (Park Place) ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ที่นี่ผู้สูงอายุที่พิการหรือเจ็บป่วยจะอยู่ในฐานะผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ป่วย พวกเขามีห้องส่วนตัว มีครัว และห้องน้ำ พวกเขามีสัตว์เลี้ยงได้ เลือกเฟอร์นิเจอร์เองได้ รวมทั้งเลือกคนและเวลาที่จะให้เข้าไปใน “บ้าน” ของพวกเขาได้ ที่สำคัญพาร์กเพลซยังจัดการเรื่องความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานให้ทุกด้าน ทั้งพยาบาล ยา อาหาร ปุ่มกดขอความช่วยเหลือทุกเวลา ผู้สูงอายุจะไม่ถูกตัดขาดจากเพื่อนและโลกภายนอก พวกเขาจะนอนดึกตื่นสายอย่างไรก็ได้ แนวคิดสำคัญคือ ไม่ควบคุมผู้สูงวัยให้ใช้ชีวิตตามตารางเวลา ซึ่งโครงการดังกล่าวพบว่าช่วยเรื่องศักดิ์ศรี ความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตต่อ และลดทอนสภาพ "เหงา เบื่อหน่าย หดหู่" ที่มักพบได้ทั่วไปในบ้านพักคนชรา

ส่วนในภาวะใกล้ตาย ระบบการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ที่จัดให้ที่บ้าน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เพื่อยื้อชีวิต ในสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายร้อยละ ๒๕ ของระบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ถูกใช้ไปกับผู้ป่วยร้อยละ ๕ ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยมะเร็งชนิดร้ายแรง จะเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของการรักษา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย มีค่าใช้จ่ายประมาณ ๙๔,๐๐๐ ดอลลาร์โดยเฉลี่ยในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาปีแรก ๓-๔ เท่า ที่สำคัญการดูแลแบบประคับประคองจะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจว่าเมื่อวาระนั้นมาถึง เขาจะยินดีจากไปหรือจะสู้ เพื่อที่คนข้างหลังจะได้ไม่ต้องสับสน ช่วยตัดสินใจแทน เพราะผู้ป่วยมะเร็งบางคนตัดสินใจสู้ ยอมรับการผ่าตัดและผลที่ตามมาได้ ขอเพียงให้มีชีวิตต่อเพื่ออยู่กับสิ่งที่รัก เช่น การกินไอศกรีมและดูฟุตบอล ขณะที่ผู้ป่วยบางคนยอมรับการต่อสู้ในบางระดับ หากผลการรักษาเสี่ยงทำให้ต้องกลายเป็นอัมพาต เขาเลือกยอมรับและเตรียมพร้อมที่จะจากไปมากกว่า การตัดสินใจเหล่านี้เป็นความกล้าหาญ และการยอมรับความจริง

กรณีศึกษาและโครงการต่างๆ ที่ผู้เขียนได้ศึกษาและนำเสนอไว้ในหนังสือเล่มนี้ล้วนน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น การทดลองของคุณหมอบิล ธอมัส (Bill Thomas) ที่สถานดูแลผู้สูงอายุเชสเมมโมเรียล ซึ่งนำต้นไม้สีเขียวมาไว้ในทุกห้อง ดัดแปลงสนามหญ้าให้เป็นแปลงผักและสวนดอกไม้ และยังนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอาศัยด้วย โดยปัจจุบัน เชสเมมโมเรียลมีนกแก้วเล็ก ๑๐๐ ตัว สุนัข ๔ แมว ๒ รวมทั้งไก่และกระต่ายอีกฝูง ผลการทดลองนี้ถูกนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับสถานดูแลผู้สูงอายุอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียงกัน และพบว่าจำนวนการสั่งยาต่อจำนวนผู้สูงอายุของเชสเมมโมเรียลลดลงไปครึ่งหนึ่ง และการเสียชีวิตลดลงร้อยละ ๑๕ คุณหมอทอมัสได้เติม “ชีวิตชีวา” ให้กับที่นี่ สิ่งมีชีวิตทั้งต้นไม้และสัตว์เลี้ยงต่างช่วยเพิ่มความสุขในชีวิตให้กับผู้สูงวัย

หากบุคลากรสุขภาพหรือผู้ดูแลผู้ป่วย/ผู้สูงอายุได้อ่าน อาจนำมาปรับใช้และทดลองบ้างในสังคมไทย ที่สำคัญจะได้หันกลับมาทบทวนชีวิตของตนอีกสักรอบ

[seed_social]
25 เมษายน, 2561

โตเกียว 8.0 วันโลกแตก (Tokyo Magnitude 8.0)

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาล ทำให้นึกถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายๆ แห่ง ล่าสุดคือสึนามิที่ญี่ปุ่น ท่ามกลางความเลวร้ายของภัยพิบัติแผ่นดินไหว สึนามิ และต่อเนื่องด้วยปัญหากัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหล
31 มกราคม, 2561

Coco ความทรงจำ ความหมาย และความตายในโลกหลังความตาย

หนังเล่าเรื่องราวของ Miguel Rivera เด็กชายอายุ 12 ปี ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวขนาดใหญ่ในเม็กซิโก ซึ่งประกอบอาชีพช่างทำรองเท้ามาอย่างยาวนาน (ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ยาย ทวด และย่าทวด ทุกคนล้วนประกอบอาชีพเดียวกัน) และแน่นอน ทุกคนย่อมปรารถนาให้มิเกลได้สืบทอดอาชีพนี้ต่อไปด้วย
17 เมษายน, 2561

ยายผีสาว (ภาค ๒) Ghostgirl

คราวนี้เรื่องราวซับซ้อนขึ้นด้วยการให้วิญญาณของคนเป็นได้เข้ามาทำภารกิจบางอย่างในดินแดนคนตาย ด้วยการตามหาวิญญาณที่หลงทางในดินแดนนี้ขณะที่เจ้าของร่างกำลังอยู่ในภาวะโคม่า แน่นอนพวกเขามีเวลาจำกัด