สุนทรียะกับความตายจากมุมมองสุขาวดี

เรียบเรียง: ดิเรก ชัยชนะ หมวด:ในชีวิตและความตาย


 

สุขาวดีเป็นนิกายหนึ่งของพุทธมหายานขับเน้นความศรัทธาให้แนบสนิทกับอมิตภพุทธเจ้า หากสัตว์โลกได้เอ่ยนาม “อมิตภะ 10 ครั้ง” ด้วยศรัทธาอย่างไม่คลอนแคลนสงสัย บุคคลนั้นไม่ว่าเป็นใครจะได้ไปเกิดในดินแดนสุขาวดีของอมิตาภะ ความงามของดินแดนสุขาวดีที่มีพระอมิตาภะเทศนาสั่งสอนเหล่าโพธิสัตว์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันวิจิตร และสรรพสิ่งต่าง ส่งเสียงเป็นธรรมะสร้างประสบการณ์สุนทรียะที่ให้เกิดความปรารถนาจะไปเกิดในสุขาวดี การตายดีจากมุมมองนิกายสุขาวดีคือตายแล้วไปเกิดในดินแดนสุขาวดีนั่นเอง ถึงแม้ว่า การปฏิบัติแบบสุขาวดีง่ายและเปิดกว้างต่อทุกผู้คน แต่หัวใจของสุขาวดีก็ไม่ได้แยกขาดจากโพธิจิต กล่าวคือเมื่อได้เกิดในสุขาวดีและบรรลุธรรมแล้ว หน้าที่คือการกลับมาสู่โลกเพื่อช่วยสรรพสัตว์สู่สุขาวดี โดยแท้จริงแล้วสุขาวดีคือโลกนี้ การมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นอย่างไร มีความทุกข์เพียงไร ทั้งช่วงมีชีวิตและตายมีองค์อมิตภะช่วยจัดการให้บริสุทธ์เสนอ จงเอ่ยนามอย่างศรัทธาถึง “อมิตภะ” เถิด

สุขาวดีไม่ใช่ศาสนาแบบเทวนิยม

               นิกายสุขาวดีหรือนิกายวิสุทธิภูมิหรือโจโดตามภาษาญี่ปุ่น โดยหลักฐานไม่ปรากฎว่าเกิดในอินเดีย เมื่อเกิดในจีนแล้ว ได้แพร่ขยายไปสู่ญี่ปุ่นและเกาหลี การเกิดขึ้นของนิกายสุขาวดีเชื่อกันว่า เป็นการเติบโตของพุทธศาสนา ที่พยายามหาวิธีช่วย ทุกผู้คนในสังคม (คนบาปหรือคนชายขอบที่อยู่นอกกรอบบรรทัดฐานของสังคม) และสรรพสัตว์ใหัถึงการหลุดพ้น ถ้าหากว่า สัตว์ทั้งหลายเอ่ยนามของ “อมิตาภะ” หรือ “อมิตาพุทธ” ด้วยความศัทธา 10 ครั้ง ด้วยศรัทธาอย่างไม่คลอนแคลนสงสัยใดๆ ก็จะได้ไปเกิดในแดนสุขาวดีเพื่อรอการหลุดพ้น ถึงแม้ว่า  นิกายสุขาวดีเน้นความศรัทธาต่อพระอมิตภพุทธเจ้าซึ่งดูเหมือนว่าจะคล้ายกับเทวนิยมที่เชื่อในพระเจ้า (GOD) แต่พระอมิตภพุทธเจ้าไม่ได้มีอำนาจให้คุณให้โทษใด นี่เป็นจุดต่างจากเทวนิยม

การตายดีคือการได้ไปอยู่ในสุขาวดี

               สุขาวดีเป็นดินแดนที่ประทับขององค์อมิตภพุทธเจ้าเพื่อเทศนาสั่งสอนโพธิสัตว์และเป็นดินแดนที่จะรอไปสู่นิพพาน ในสุขาวดีฝ่ายทิเบตอธิบายว่า สภาพแวดล้อมและสรรพสิ่งในสุขาวดีต่างส่งเสียงเป็นธรรมะ นกร้องเป็นธรรมะ ใบไม้ไหวเป็น ธรรมะ เสียงน้ำไหลลมพัดต่างเป็นเสียงของธรรมะ การตายดีตามมุมองสุขาวดีคือตายแล้วได้ไปเกิดในดินแดนสุขาวดี โดยการเกิดในสุขาวดีมีเงื่อนไขดังนี้

  • เอ่ยนามของ “อมิตาภะ” 10 ครั้ง ด้วยศรัทธาที่แนบสนิทอยู่กับพระอมิตภะพุทธเจ้า
  • มีความตั้งใจจะไปเกิดในดินแดนสุขาวดี เมื่อเห็นรูปภาพสุขาวดีแล้วรู้สึกประทับใจและตั้งเป็นเป้าหมาย
  • ตั้งความปรารถนาอย่างแรงกล้า ไม่ว่าจะทำบุญกุศลใดขอให้ไปเกิดในสุขาวดี
  • ทำความคุ้นเคยกับโพธิจิตเมื่อได้เกิดในสุขาวดีแล้ว บรรลุธรรมแล้ว หน้าที่คืดการกลับมาสู่โลก เพื่อมาบอก สรรพสัตว์ และช่วยสรรพสัตว์ไปยังดินแดนสุขาวดี

               นิกายสุขาวดีไม่มีการฝึกสมาธิ ภาวนา และไม่มีความเชื่อโชคลาง มีเพียงการสวดนามถึงอมิตภะด้วยความศรัทธามั่น ด้วยการปฏิบัติที่ง่ายไม่ซับซ้อนของสุขาวดีจึงเข้าถึงและเปิดรับผู้คนทุกชนชั้นในสังคมได้ง่าย ไม่ว่าคนบาปหรือคนชายขอบ

ภาพ ความงามของดินแดนสุขาวดี

ผู้ปฏิบัติสุขาวดีต้องเชื่ออย่างสุดใจว่า ทุกอย่างในชีวิตพระอมิตภะจะจัดการให้ แม้ว่าชีวิตจะยากลำบากเพียงไร หรือมีความทุกข์อย่างไรอมิตภะช่วยชำระให้ชีวิตบริสุทธิ์ได้ ในช่วงเวลาแห่งการตายแม้จะมีทุกข์ทรมานและเจ็บปวด หากเอ่ยนามถึงพระอมิตภะอย่างศรัทธาครบ 10 ครั้ง เมื่อตายจะได้ไปเกิดในดินแดนสุขาวดี โดยมีพระอมิตภะและเหล่าโพธิสัตว์จะลงมารับดวงวิญญาณของผู้ตายไปยังสุขาวดี โดยการจัดวางให้ผู้ตายนอนตะแคงขวา หันศรีษะไปทางทิศเหนือและหัน หน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศของสุขาวดีแล้วอมิตภะพุทธเจ้าจะใช้เชือกห้าสีรับดวงวิญญาณไป

ภาพ อมิตาภพุทธเจ้ามารับดวงวิญญาณผู้ตายไปสุขาวดีด้วยด้ายห้าสีพร้อมกับเหล่าโพธิสัตว์

การมีชีวิตที่ดีและการตายดีที่แนบสนิทกับโพธิจิต

เมื่อสุขาวดีเป็นนิกายหนึ่งในพุทธศาสนามหายานจึงเน้นย้ำโพธิจิต หรือจิตที่มีความกรุณาลงมาช่วยเหลือสรรพสัตว์ ดังนั้นเมื่อบุคคลได้ไปเกิดสุขาวดีแล้วและบรรลุธรรมแล้ว หน้าที่คือการกลับมาสู่โลกเพื่อมาบอกสรรพสัตว์เพื่อช่วยสรรพสัตว์ไปสู่สุขาวดี หากกล่าวให้ถึงที่สุด โลกนี้คือสุขาวดีแต่เริ่ม การใช้ชีวิตบนโลกนี้คือการอยู่ในสุขาวดีที่อมิตาภะจัดการทุกอย่างให้ เพราะเป็นหน้าที่ของพระอมิตภะจะรับใช้และทำให้สัตว์โลกบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม สุขาวดีไม่ได้บอกให้คนทำชั่วและไม่ต้องรับกรรม การรับกรรมนั้นยังมีตามปกติตามที่บุคคลนั้นทำมา แต่การสวดถึงพระอมิตาภะอย่างศัทธา แม้บุคคลนั้นตกนรกก็จะไม่เสียใจ ตราบใดที่ยังสวดถึงอมิตภะอย่างศัทธาก็จะได้ไปเกิดในสุขาวดี อีกด้านหนึ่ง นิกายสุขาวดีดูเหมือนว่าไม่สนใจเรื่องความตาย เพราะทุกอย่างพระอมิตภะจัดการให้ ไม่ว่าจะเป็นนรกหรือแดนสุขาวดีก็ไปได้หมด จากมุมมองนี้ ความเปิดกว้างและการเปิดรับทุกคนของสุขาวดี คือการมอบความไว้วางใจอย่างถึงที่สุดให้สรรพสัตว์ทั้งในช่วงมีชีวิตและเมื่อตายไปแล้ว

 

สรุป

               สุขาวดีเปิดกว้างและช่วยเหลือทุกสรรพสัตว์ไม่มียกเว้น เพียงเอ่ยนาม “อมิตภะ” ด้วยศรัทธาอันแนบสนิท นอกจากนี้ สุขาวดีมอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับการมีชีวิตและการตายไปพร้อมกัน ถือเป็นความกล้าหาญและเปิดรับชีวิตอย่างถึงที่สุด ด้วยมุมมองเช่นนี้ของสุขาวดีจึงดูเหมือนว่ามีความสอดคล้องกับมุมมองพุทธวัชรยานที่ว่า สัตว์โลกมีพุทธภาวะอยู่แล้วแต่เดิม การอยู่ดีตายดีจากมุมมองสุขาวดีจึงกลับมาที่ความกล้าหาญของความไว้วางใจต่อชีวิตบนพื้นฐานของความศรัทธาต่ออมิตภะ และความงามของดินแดนสุขาวดีเป็นเครื่องมือสร้างความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ไปเกิดในสุขาวดีซึ่งคือการอยู่บนโลกใบนี้ การช่วยเหลือผู้ใกล้ตายให้จากไปอย่างสงบจากมุมมองสุขาวดี คือในช่วงสุดท้ายของชีวิตให้ตั้งจิตมั่นอย่างศรัทธาไม่โอนเอนถึงอมิตภะและขอให้ไปเกิดในสุขาวดี กล่าวกันว่า สุขาวดีนั้นปฏิบัติง่ายแต่เข้าถึงยากต่างจากนิกายเซน ที่ฝึกยากแต่เข้าถึงง่าย จึงมีอาจารย์เซนบางท่านในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้เปลี่ยนมาฝึกสุขาวดีด้วยการเอ่ยนามอมิตภะอย่างศรัทธา ไม่มีข้อสงสัยหรือตั้งคำถามใด เพื่อให้จิตได้แนบสนิทกับพระอมิตภพุทธเจ้า

เรียบเรียงส่วนหนึ่งของคำบรรยายจากห้องเรียน “สุนทรียะกับความตาย”
กับ ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา (อ.ดอน)
วันที่ 31 ตุลาคม 2563
เวลา 9:00 - 16:30 น.

[seed_social]

25 เมษายน, 2561

รับมือกับ…ความหวังดี

เมื่อทราบผลการตรวจว่าลูกชายฝาแฝดคนพี่วัย ๓ ปี ๑๐ เดือน เป็นมะเร็งที่ไต โดยในเบื้องต้นแผนการรักษาที่คุณหมอแจ้งให้ทราบคร่าวๆ คือ จะต้องตัดไตข้างซ้าย และรับเคมีบำบัดต่อหลังจากการผ่าตัด ส่วนในรายละเอียดอื่นๆ ของการรักษานั้น
18 เมษายน, 2561

จะบอกแม่ที่ป่วยเป็นโรคร้ายอย่างไร

แม่ป่วยเป็นมะเร็งสมอง ปวดหัวมา ๑๐ วัน ครอบครัวเลือกแนวทางการรักษาตามอาการ ไม่ใช้รังสี คีโม เนื่องจากมะเร็งอยู่ในระยะที่กระจายจุดในสมอง มีเลือดซึมออก แม่จึงปวดหัว
22 เมษายน, 2561

วิถีแห่งจิตวิญญาณ

“ถามว่าทำอย่างไร ถ้าพี่ตอบเป็นข้อๆ เป็นขั้นเป็นตอนเลย ก็จะไม่เห็น How to ขอเล่าเรื่องการดูแลคนไข้ให้ฟังสักคนดีกว่า แล้วตอนท้ายเราอาจได้วิธีการประเมิน และเข้าถึงความต้องการของคนไข้ได้บ้างนะคะ”