วิถีแห่งดอกไม้: วิถีแห่งการข้ามพ้นความกลัว

เรียบเรียง: ดิเรก ชัยชนะ หมวด:ในชีวิตและความตาย


 

ในคอร์สวิถีแห่งดอกไม้หรือการจัดดอกไม้อิเคบานะ เริ่มต้นด้วยผู้เข้าร่วมแนะนำตัวเองและบอกเล่าถึง แรงบันดาลใจที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ หลังฟังคำตอบในฐานะผู้สอนได้เห็นรูปแบบการตัดสินตัวเองของ ผู้เรียนที่เชื่อว่า ศิลปะเป็นงานของคนที่มีพรสวรรค์หรือความสามารถเท่านั้น ส่วนตัวฉันนั้นไม่มีความรู้ศิลปะ และไม่สามารถทำงานศิลปะได้ ผู้เรียนมีความกลัวที่แสดงผ่านความรู้สึกไม่ไว้วางใจในตนเอง อย่างไรก็ตาม การสัมพันธ์กับความกลัว รวมถึงวิธีที่จะนำเราข้ามพ้นความกลัวเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของวิถีแห่งดอกไม้ในฐานะ ธรรมศิลป์ (dharma art)อันหมายถึงศิลปะแห่งการภาวนา (contemplative art or meditative art) หรือศิลปะ ที่มาจากสภาวะจิตใจของผู้จัดที่ไม่ได้จุดมุ่งหมายเพื่อแสดงเผยแพร่หรือส่งสารแต่เป็นศิลปะในชีวิตประจำวัน

 

ความกลัว

ความกลัวอาจปรากฏในหลายรูปแบบ เชอเกียม ตรุงปะอธิบายว่า แบบแรกของความกลัวมาจากความ หวาดหวั่นต่อความตายว่าเราต้องตายสักวันหนึ่ง อีกแบบคือ ความกลัวว่าเราไม่สามารถจัดการกับปัญหาของ โลกนี้ได้ ความกลัวชนิดนี้แสดงออกผ่านความรู้สึกด้อย รู้สึกว่าตนไม่เก่ง ถัดมาคือความกลัวแบบปัจจุบันทัน ด่วนจากสถานการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และบางครั้งความกลัวก็แสดงตัวออกมาในรูปของความ กระวนกระวายใจที่เราเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย เช่น ฉีกกระดาษ การกระตุกกระติ๊ก

ในคอร์สจัดดอกไม้ความกลัวเกี่ยวข้องกับการแสดงตัวตนและการสัมพันธ์กับดอกไม้ พืชและสิ่งต่างๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้เรียนตัดสินตัวเองว่า ตนไม่ใช่ศิลปิน ไม่มีพรสรรค์ทางศิลปะ หรือไม่มีทักษะทางศิลปะ นั่นสะท้อนถึงความกลัวที่แสดงผ่านความรู้สึกด้อย ความกลัวนอกจากสร้างความไม่มั่นใจในการแสดงตนแล้ว ยังขวางกั้นการเชื่อมโยงและการสนิทสนมระหว่าวเรากับโลกอีกด้วย แล้วกระบวนการจัดดอกไม้อิเคบานะจะ เข้ามามีบทบาทสัมพันธ์กับความกลัวและนำเราข้ามพ้นความกลัวนี้ได้อย่างไร

 

วิถีแห่งดอกไม้ในฐานะธรรมศิลป์

วิถีแห่งดอกไม้หรืออิเคบานะในภาษาญี่ปุ่นมาจากคำว่า “อิเค” แปลว่า การจัดวาง หรือทำให้มีชีวิต และ “บานะ” หรือ “ฮานะ” แปลว่า ดอกไม้ รวมความแปลได้ว่า “การรักษาพืชให้คงมีชีวิตในภาชนะที่บรรจุน้ำ”  อิเคบานะเป็นการจัดดอกไม้ที่มีหลายรูปแบบในที่นี้เสนอการจัดแบบนาเงะอิเระ (nageire) และแบบโมริบานะ (moribana) โดยการจัดทั้งสองอยู่บนพื้นฐานของหลักองค์สาม ฟ้า (heaven) ดิน (earth) และ มนุษย์ (human) ซึ่งมีรากฐานมาจากพุทธศาสนาเป็นหลักการแห่งจิตวิญญาณที่มีความสำคัญที่มนุษย์ดำรงอยู่ระหว่างฟ้าและดิน

เชอเกียม ตรุงปะ ใช้อิเคบานะเป็นเครื่องมือสื่อสารธรรมศิลป์โดยได้อธิบายหลักองค์สามไว้ว่า “ฟ้า” ไม่ใช่ พื้นที่ว่างเปล่า หากคือมิติตั้งเดิมที่เป็นอิสระจากเหตุปัจจัยของความหวังและความกลัว ฟ้าโน้มสู่ดินเพื่อแสดง ตนได้แก่ ความดีงาม ความอ่อนโยน ดุลยภาพ และอิสรภาพอันไร้เงื่อนไขได้ดำรงอยู่ในภาวะรากฐานของฟ้า “ดิน” หมายถึงพื้นที่รองรับเต็มเปี่ยวด้วยพลังเกื้อหนุนทุกสิ่ง และ “มนุษย์” คือความเป็นมนุษย์และชีวิตมนุษย์ ที่เชื่อมฟ้าและดิน ดังนั้นธรรมศิลป์เป็นศิลปะ ที่ไม่ได้จุดมุ่งหมายเพื่อแสดงเผยแพร่ ส่งสาร หรือใส่ความคิดใด ไปสู่ผู้ชม แต่เป็นศิลปะของการสำแดงถึงความจริงด้วยท่าทีอันเรียบง่ายและปราศจากความก้าวร้าว ไม่เร่งรีบ และใส่ใจอย่างยิ่งยวด รวมถึงเป็นกระบวนการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาของการชื่นชมสิ่งรอบตัวในชีวิต

ในการจัดดอกไม้ตำแหน่งกิ่งไม้และดอกไม้ที่บรรสานฟ้า ดิน และมนุษย์เข้าด้วยกันตามหลักองค์สาม ไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอนตายตัว มันจะถูกสร้างสรรค์ใหม่ในการจัดแต่ละครั้ง โดยดอกไม้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของ มนุษย์ที่แสดงถึงความรื่นรมย์ของอิสรภาพจากความหวังและความกลัวตามหลักของฟ้า และความยืดหยุ่นตาม หลักของดิน ด้วยหลักการนี้วิถีแห่งดอกไม้ได้นำเราค้นพบกับความมั่นใจพื้นฐานและการเชื่อมโยงอยู่กับโลก

 

การค้นพบความไว้วางใจในการจัดแบบนาเงะอิเระ

               หลักองค์สามเป็นรากฐานให้กับการจัดอิเคบานะทุกรูปแบบรวมถึงการจัดแบบนาเงะอิเระ (nageire) นาเงะอิเระ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “การโยนมันเข้าไป” กล่าวคือเป็นการจัดวางดอกไม้ตามธรรมชาติ ดังนั้น การจัดแบบนี้จึงให้ความสำคัญกับการสังเกตธรรมชาติของพืชอย่างละเอียด เพื่อจัดวางพืชให้แสดงความงาม ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย พืชจะถูกนำมาพิจารณาถึงน้ำหนัก ความอ่อนตัวและ ความโค้งตามธรรมชาติ ด้านหน้า และด้านหลัง เพื่อจัดวางพืชได้ตามธรรมชาติและแสดงความงามอย่างที่เป็น ด้วยวินัยของนาเงะอิเระที่ไม่มีพื้นที่ให้กับความคาดหวังจากแบบแผนความคิดว่าจะจัดวางอย่างไรจึงไม่มีความกลัวว่าจะผิดพลาดหรือการตัดสินใด ผู้เรียนจึงได้ค้นพบความงามอันไร้เงื่อนไขและความไว้วางใจต่อตนเอง

ภาพ ผลงานการจัดแบบนาเงะอิเระ

การแสดงตัวตนโดยปราศจากความกลัวผ่านการจัดแบบโมริบานะ

               หลักองค์สามฟ้า ดิน และมนุษย์ เป็นรากฐานของศิลปะการจัดดอกไม้มีรากฐานมาจากพุทธศาสนา มันเป็นหลักการแห่งจิตวิญญาณ ที่มนุษย์ผู้ซึ่งดำรงอยู่ระหว่างฟ้าและดิน ผู้ประสานทั้งสิ่งสูงส่งทางจิตวิญญาณ ของฟ้าและสิ่งสามัญอย่างโลกเข้าด้วยกัน หลักองค์สามนี้ให้พื้นที่ว่างของโครงสร้างสามเหลี่ยมที่ไม่สมมาตรที่มีเนื้อหาเป็นปฏิภาคกันระหว่างความว่างและความเต็มเปี่ยม การปล่อยวางและความกระตือรือร้นมีชีวิตชีวา ในคอร์สวิถีแห่งดอกไม้ผู้เรียนฝึกหลักการนี้ผ่านการจัดแบบโมริบานะ (moribana) ซึ่งภาษาญี่ปุ่นแปลความว่า “กองดอกไม้” หรือการจัดเป็นกองดอกไม้ในภาชนะแจกันประเภทถาดน้ำ การจัดแบบโมริบานะที่ใช้พืชหลาก หลายชนิดเรียกร้องความละเอียดอ่อนและความแม่นยำในการสังเกตพืช เพื่อจัดแสดงความงามตามที่มันเป็น รูปแบบการจัดที่เราวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือคิดอยู่ในหัวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปล่อยวางไป แล้วกลับมาสัมพันธ์ กับพืชและพื้นที่ในโครงสร้างสามเหลี่ยมด้านไม่เท่าอันเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อค้นหาความกลมกลืนระหว่าง ความรุ่มรวยและการปล่อยพื้นที่ว่าง ในความเป็นจริงแล้วนั่นคือการค้นหาคุณลักษณะธรรมชาติอันจริงแท้ของ ความเป็นตัวเราที่สื่อสารผ่านการจัดดอกไม้ คุณลักษณะที่ไม่ได้มาจากความคาดหวังหรือการคิดว่าเราเป็นใคร เป็นคุณลักษณะของการแสดงตนโดยปราศจากความกลัว ที่เราสัมพันธ์กับพืช ดอกไม้ แจกัน สถานที่ ผู้คนและ พื้นที่ด้วยความเปิดกว้าง อ่อนโยน และไว้วางใจในตนเองอย่างถึงที่สุด

ภาพ ผลงานการจัดแบบโมริบานะ

สรุป

วิถีแห่งดอกไม้เป็นวิถีแห่งการแสดงตัวตนโดยปราศจากความหวังและความกลัวผ่านการสัมพันธ์กับ พืช ดอกไม้ แจกัน สถานที่ ผู้ชม และพื้นที่ ด้วยวินัยของการฝึกที่ไม่ตัดสินทั้งต่อตัวเองและสิ่งอื่นๆ เราจะได้ ค้นพบกับคุณลักษณะของความเปิดกว้าง อ่อนโยน และกล้าหาญภายในตัวเอง การค้นพบเหล่านี้ได้สะท้อน ผ่านเสียงผู้ร่วมกิจกรรมดังนี้

“ การร่วมกิจกรรมจัดดอกไม้ได้เข้ามาทะลายกรอบบางอย่างที่เราคิดเกี่ยวกับตัวเอง เช่น เราไม่มีความสามารถทางศิลปะ การจัดดอกไม้เราไม่มีเซนส์อะไรแบบนี้เลย แต่กระบวนการนี้ช่วยให้เรา ได้ปลดปล่อยตัวเองและเปิดกว้างออกไปกับการลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนสองวันนี้มีความสุขมาก”

นอกจากนี้ วิถีแห่งดอกไม้ได้นำเรากลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผู้คน และสิ่งต่างๆอีกครั้ง ดังนั้น ผู้ฝึกฝนศิลปะเช่นนี้จึงไม่ใช่ผู้ที่เลิกสนใจไยดีกับโลกหรือบุคคลที่หนีโลก นั่นเพราะด้วยหลักการของฟ้า ดิน และมนุษย์ เราคือผู้ยืนมั่นเชื่อมโยงอยู่ระหว่างฟ้าและดิน  นั่นคือเราได้พัฒนาท่าทีของการชื่นชมและการเคารพ การดำรงอยู่ของสิ่งต่างๆอย่างที่เป็น ทัศนคติของใจที่ขยายกว้างนี้สะท้อนผ่านเสียงของผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

 “การร่วมกิจกรรมอิเคบานะได้เรียนรู้มุมมองใหม่ในการสัมพันธ์กับธรรมชาติและการชื่นชมความงาม ของพืช ดอกไม้ และสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ทั้งยังช่วยให้เราค้นพบความสุขในชีวิตของเราได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เห็นว่ามุมมองนี้ทำให้เราเริ่มรับรู้คนในครอบครัวจากมุมมองใหม่ ที่ช่วยให้เราเข้าไปชื่นชม และเปิดกว้างต่อสิ่งที่เขาเป็นไม่ใช่จากสิ่งที่เราคิดว่าควรเป็น ”               

 

ภาพ บรรยากาศของห้องเรียนการจัดดอกไม้อิเคบานะ

วิถีแห่งดอกไม้เป็นวิถีแห่งการข้ามพ้นความกลัว ด้วยความไว้วางใจต่อตัวเองได้เช่นนี้เราย่อมสัมพันธ์ กับสถานการณ์ได้ด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวรวมถึงต่อความตาย ในอดีตอิเคบานะจึงเป็นศิลปะที่ซามุไรญี่ปุ่นฝึกฝนกัน

 

[seed_social]

17 เมษายน, 2561

เพียงแค่คิด ก็สุขใจแล้ว

ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง จัดเป็นบุคคลที่มีความทุกข์ สิ่งที่ต้องการมากคือ คนที่ให้กำลังใจ เพื่อหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ให้จิตสงบ การเข้าสู่วัด เข้าสู่ธรรมะจึงเป็นทางที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ (ที่เป็นชาวพุทธ)
19 เมษายน, 2561

ชีวิตที่ต้องอยู่ตามลำพัง

สิ่งที่เรากลัวของคนในสังคมปัจจุบัน คือกลัวว่าจะต้องอยู่ตามลำพังมากกว่า เพราะห่วงว่า จะดูแลตนเองอย่างไรดี เจ็บป่วยจะทำอย่างไร ไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย ที่กลัวกว่านั้นลึกๆ คือความเหงา ไร้คุณค่า
19 เมษายน, 2561

จันทราภาวนา

แสงสีเหลืองทองทาทาบท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม งดงามฉ่ำเย็นจนสะกดให้หญิงสาวผู้หลงรักดวงจันทร์อย่างผู้เขียนมิสามารถก้าวเท้าเดินต่อไปได้ ต้องหยุดชื่นชมแสงจันทร์โดยหวังอยู่ลึกๆ ว่า ถ้าได้อาบแสงจันทร์บ่อยๆ จะกลายเป็นสาวสองพันปีเข้าสักวัน
วิถีแห่งดอกไม้: วิถีแห่งการข้ามพ้นความกลัว
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"