parallax background
 

อิคิงามิ สาสน์สั่งตาย (ฉบับภาพยนตร์)

ผู้เขียน: ฮูนายเมี้ยน หมวด: รีวิวสุนทรียะในความตาย


 

หากคุณต้องตายตอนอายุ 70 ปี และตอนนี้คุณอายุ 30 ปี คุณจะเหลือเวลาในการใช้ชีวิตอีกประมาณ14,600 กว่าวัน แต่ถ้าคุณอายุ 45 ปีแล้ว ก็จะเหลือประมาณ 9,125 วัน ยิ่งอายุมากขึ้นวันเวลาก็น้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหากคุณเหลือเพียงวันเดียวล่ะ คุณต้องการทำอะไร และอยู่กับใครมากที่สุด

อิคิงามิ สาสน์สั่งตาย เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า ที่ทำให้คุณฉุกคิดถึงวันที่มีความหมายที่สุดในชีวิต สร้างจากการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งได้รับความสนใจจากผู้อ่านอย่างล้นหลาม ผลงานของนักเขียนการ์ตูน โมโตโร่ มาเสะ และถูกนำมาสร้างในรูปแบบภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย โทโมยูกิ ทาคิโมโตะ โดยคัดเรื่องจากการ์ตูนมาเพียง 3 ตอน เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อ 18 ธ.ค. 2551



เนื้อหาภาพยนตร์เล่าถึงประเทศแห่งหนึ่งได้ออกกฎหมายที่เรียกว่า “กฎหมายเพื่อผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติ” จัดทำขึ้นเพื่อทำให้สังคมเกิดความสงบสุข และประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ด้วยเหตุนี้เมื่อเด็กทุกคนเริ่มเข้าเรียนชั้นประถม จะได้รับการฉีดวัคซีนนาโนชนิดพิเศษ จวบจนเมื่ออายุระหว่าง 18-24 ปี วัคซีนที่มีนาโนแคปซูลฝังอยู่จะแตกตัวออกและปลิดชีวิตพวกเขา

คนที่ตายจะมีเพียง 1 ใน 1,000 คน โดยแต่ละคนจะไม่มีวันล่วงรู้ว่าใครตาย มีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่รู้ว่าใคร และรู้วันเวลาที่ต้องตาย ด้วยเหตุนี้ 24 ชั่วโมง ก่อนความตายจะย่างกรายมาถึง เจ้าหน้าที่รัฐจะส่งสาสน์ “อิคิงามิ” เพื่อประกาศให้บุคคลนั้นได้รับรู้

รัฐบาลมีความเชื่อมั่นว่า ด้วยการปลูกฝังความน่าสะพรึงกลัวของความตายในรูปแบบนี้ ทำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิตและศีลธรรม รวมทั้งความต้องการที่จะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ รัฐบาลได้อ้างว่าตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ขึ้นมา อัตราการฆ่าตัวตายของพลเมือง และการก่ออาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในทางกลับกันอัตราการเกิดและรายได้ประชาชาติกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก และด้วยกฎหมายนี้เองที่ทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นผู้นำของโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามยกย่องและให้เกียรติผู้ที่ได้สาสน์อิคิงามิว่า เป็นบุคคลที่สละชีพเพื่อชาติอย่างมากเพียงไหน แต่ไม่มีใครอยากจะได้รับสาสน์แห่งความตายนี้เลย

ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านตัวละครเอก ฟุจิโมโตะ เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นผู้ส่งสาสน์ให้แก่ชายหนุ่มทั้ง 3 คน ซึ่งการเลือกเส้นทางในวันสุดท้ายของแต่ละคน สร้างความซาบซึ้งใจระคนกับความเจ็บปวด และสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน

คนแรก ชายหนุ่มที่ได้รับเลือกให้เป็นนักร้องคู่ให้กับค่ายดนตรียักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าความสำเร็จมาถึงแล้ว แต่ทันทีที่เขาได้รับสาส์นอิคิงามิ เขาค้นพบว่าความสำเร็จดังกล่าวกับความฝันที่แท้จริงมันสวนทางกัน วันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นวันที่เขาได้ออกทีวีเพื่อโปรโมทอัลบั้มใหม่ ถือเป็นวันที่เขาได้ทำสิ่งที่ตนเองปรารถนาอย่างแท้จริง

คนที่สอง แม่ที่ละเลยลูกชายเพื่ออาชีพทางการเมือง จนทำให้ลูกตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะขาดความรัก แต่โชคชะตาเล่นตลกเมื่อลูกได้รับสาสน์อิคิงามิ แทนที่แม่จะใส่ใจลูก กลับใช้ความตายที่ใกล้จะมาถึงของลูกชายเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง ลูกชายจึงทำในสิ่งเลวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด

คนที่สาม อุบัติเหตุทางรถยนต์ส่งผลให้ครอบครัวพลัดพรากกัน พ่อแม่เสียชีวิตในทันที น้องสาวตาบอดและอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ พี่ชายจึงพยายามทำงานเพื่อเก็บเงินให้น้องสาวได้ผ่าตัดดวงตาและกลับมาอยู่ด้วยกัน ความฝันล่มสลายเมื่อพี่ชายได้รับสาส์นอิคิงามิ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเขาก็สามารถพลิกผันทำให้ความฝันเป็นจริง

ชีวิตที่เหลือเพียงหนึ่งวัน ฉุดกระชากให้คนเหล่านั้นค้นหาความต้องการและความหมายที่แท้จริงของชีวิต ไม่มีโอกาสต่อรองและผ่อนผันอีกต่อไป หากเป็นคุณล่ะ ชีวิตเพียงวันเดียวของคุณ จะใช้ไปเพื่ออะไร และกับใคร

ตามอ่านบทความอิคิงามิฉบับการ์ตูนได้ที่ อิคิงามิฉบับการ์ตูน


5 ธันวาคม, 2560

ประสบการณ์ล้ำค่าเพื่อก้าวผ่านการพรากจากของคน ๙ ลักษณ์

ผู้เขียนนำกรอบคิดเรื่องนพลักษณ์ มาเป็นฐานการจัดหมวดหมู่เรื่องราวชีวิตว่า คนแต่ละลักษณ์ทำอะไร อย่างไร ยามเผชิญหน้ากับความตาย หลายเรื่องที่เจ้าของชีวิต เจ้าของลักษณ์บอกเล่า เป็นเรื่องราวยามเผชิญกับความตายที่มาทักทายในรูปของการป่วยไข้
18 เมษายน, 2561

ความตายของลำยอง

ในยุคสมัยใหม่ที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวไกล สามารถยืดชีวิต หวังเอาชนะความตาย ชีวิตเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่เน้นการหาความสุขทางวัตถุ สะดวกสบาย จนลืมไปว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
1 มิถุนายน, 2561

ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด

นวนิยายเรื่อง The Unlikely Pilgrimage of Harold Fry ผลงานของ เรเชล จอยซ์ นักเขียนบทละคร ทั้งละครวิทยุและโทรทัศน์ แปลโดยธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ในชื่อเรื่อง ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด