header
 

ตามไปดู Siriraj Palliative Care Day 2010

ผู้เขียน: กองสาราณียกร หมวด: ในชีวิตและความตาย


 

Siriraj Palliative Care Day เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ โดยคณะกรรมการดำเนินงาน Palliative Care คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน World Hospice and Palliative care Day ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วโลกในสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนตุลาคมเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้ประชาคมศิริราชและสังคมเกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ Palliative Care ที่มีต่อผู้ป่วยและครอบครัว และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยของสหสาขาวิชาชีพ

ใน ๒ ปี แรกเป็นการจัดงานในวันศุกร์ที่ ๒ ของเดือนตุลาคม เพียงวันเดียว ในปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ ๓ ได้เริ่มจัดงานเป็น ๓ วัน โดยวันแรกมีปาฐกถาเกียรติยศ สุมาลี นิมมานนิตย์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์ ผู้บุกเบิกงานด้านพาลลิเอทีฟแคร์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

งาน Siriraj Palliative Care Day ครั้งที่ ๔ จัดขึ้นในวันที่ ๖ – ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมอาทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ ชั้น ๗ โรงพยาบาลศิริราช โดยเริ่มด้วยการแสดงปาฐกถาเรื่อง “การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยวิถีพุทธ” โดยพระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ ในช่วงบ่ายของวันที่ ๖ ตุลาคม

ส่วนวันที่ ๗ – ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ จะมีการเสวนาตลอดวัน ได้แก่ “Palliative care: Sharing the care” “ปวดกาย ไม่ปวดใจ” “Ethical and legal issues in palliative care” และ “จิตสดใสแม้กายป่วย” “The Last Goodbye: มุมมองจากต่างศาสนา” “การดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care” หรือการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่เกิดขึ้นทั้งจากการรักษา และการดูแลผู้ป่วยที่ไม่ได้มุ่งเน้นมิติทางกายเพียงอย่างเดียว แต่นำเสนอรูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่เน้นการดูแลทางจิตใจควบคู่กันไปด้วย

ความน่าสนใจของการเสวนาต่างๆ ดังกล่าว ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบการนำเสนอในเชิงวิชาการ หรือในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่คือการนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงในการทำงาน ว่าการดูแลผู้ป่วยแบบเน้นการดูแลทางจิตใจเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ใช่การเพิ่มงานเป็นอีกหนึ่งอย่างตามที่หลายคนเข้าใจ แต่สามารถให้เป็นเนื้อเดียวกับการทำงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่เพียงแต่นำเสนอในด้านที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น หากยังรวมถึงด้านที่เป็นอุปสรรคในการทำงานด้วย ทำให้ผู้เข้าร่วมการเสวนาเห็นทั้งแง่มุมอย่างรอบด้าน ไม่หวังผลสำเร็จเกินความเป็นจริง และไม่ท้อจนหมดกำลังใจ

รวมถึงการเชิญผู้มีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ที่เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งด้านดีและอุปสรรค จนสรุปเป็นบทเรียนมานำเสนอให้ผู้อื่นเห็น เช่น การให้คำแนะนำในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ หรือการทำแผ่นพับแนะนำความรู้ในการดูแลสุขภาพ และข้อมูลหน่วยงานที่จะสามารถให้ความรู้เพิ่มเติมกรณีที่ผู้ป่วยเกิดปัญหา หรือมีข้อสงสัยในการรักษาพยาบาล ฯลฯ

แม้กระทั่งในรายการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย จะรูปแบบในการนำเสนอที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ด้วยวิธีการตั้งคำถาม และให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้มีโอกาสลงคะแนน คำตอบที่ได้ไม่ใช่การบอกว่าข้อไหนถูก หรือข้อไหนผิด แต่ทำให้เห็นว่าแม้ในเรื่องเดียวกัน ก็ยังสามารถมีความแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมไหน การอธิบายโดยใช้คำง่าย ๆ ที่ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ โดยการยกกรณีตัวอย่างประกอบ เช่น ในการอธิบายเรื่องผู้ป่วยเป็นเอชไอวี แต่ไม่ต้องการให้บอกกับคู่ครองของตน ถ้าเราบอกจะมีความผิดหรือไม่ วิทยากรได้อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า “นักกฎหมาย บุคลากรสาธารณสุข นักบัญชี พระ เป็นบุคคลที่ต้องเก็บเป็นความลับ และกรณีนี้ถ้าไม่ผิดจะต้องมีเหตุผลที่เหนือกว่า เช่น จะมีอันตรายที่เกิดขึ้นกับคู่ครองของตนถ้ายังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ และอาจทำให้อีกฝ่ายป่วย และเสียชีวิตด้วยโรคนี้ได้ แต่การบอกจะต้องมีกระบวนการการให้คำปรึกษาก่อน และอาจจะมีการทำบันทึกข้อตกลงก่อนตั้งแต่กระบวนการตรวจ ว่าถ้าเป็นจะให้บอกกับใคร และควรมีการทำประเมินหลังการบอกข่าวด้วย”

นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว เนื้อหาการเสวนายังมีประเด็นน่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในทัศนะของศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือกระบวนการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ที่ทำให้มองเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย และตระหนักถึงภารกิจของการเป็นแพทย์อย่างแท้จริง โดยนายแพทย์สกล สิงหะ ซึ่งทางผู้จัดงานกล่าวว่า จะทยอยนำลงเผยแพร่ในวารสารของศิริราชต่อไป

Siriraj Palliative Care Day จึงนับเป็นความพยายามสำคัญอีกก้าวหนึ่งของการสถาปนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้เป็นที่ยอมรับและเข้าไปสู่ความรับรู้ของสังคมไทยอย่างจริงจังต่อไป

[seed_social]
19 เมษายน, 2561

จากคัมภีร์ถึงหลุมศพ : เรียนรู้เรื่องความตายในมิติศาสนาคริสต์ อิสลาม

แต่ความตายเป็นประเด็นสากลที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ว่าจะสังกัดศาสนาใด เครือข่ายพุทธิกา จึงเชิญชวนผู้ผ่านกิจกรรมในแผนงานเผชิญความตายอย่างสงบ มาร่วมเดินทางสัญจร เรียนรู้เรื่องความตายในมิติศาสนาคริสต์ อิสลาม เป็นเวลา 1 วันเต็ม
13 มีนาคม, 2561

ผ่อนพักกาย ผ่อนคลายใจให้สุขสงบ ด้วย Body Scan

หลายคนคงเคยได้ยินคนพูดถึงวิธีการผ่อนคลายในระดับลึก หรือการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการทำ Body Scan มาบ้าง แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร จะทำได้อย่างไร และทำแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร 
28 กันยายน, 2560

สั่งมาแบบนี้ก็แย่น่ะสิ!

"ศักดิ์ศรี" คือคำที่เราอาจรู้สึกเฉยๆ เวลาที่ร่างกายแข็งแรงดี สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น แต่เมื่อเราเจ็บป่วยอ่อนแอ สั่งอะไรใครไม่ค่อยได้...
ตามไปดู Siriraj Palliative Care Day 2010
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"