parallax background
 

ความเคลื่อน…ที่ไม่ไหว

ผู้เขียน: ทอรุ้ง ถ่ายภาพ: จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร หมวด: ชีวิตเบ็ดเตล็ด


 

ความโหดร้ายและความรุนแรงของโลกไม่สามารถยุติได้ด้วยคนเพียงหนึ่งคน..จริงหรือ?

หากเราพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเราในระยะหลายปีที่ผ่านมา ผลกระทบของแต่ละเหตุการณ์ล้วนเห็นได้ในทุกด้านของชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นความเสื่อมถอยทางค่านิยม การเสื่อมสลายของศรัทธา การขาดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว รวมไปถึงการทำลายโลกทั้งโลกอย่างป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ยุคนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีหลากหลายแขนง องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า ‘ปัญหาพื้นฐาน’ ของมนุษย์ยังอยู่ไกลจากประตู ‘ทางออก’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความอดอยากหิวโหย สงคราม ความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิต การเอารัดเอาเปรียบในสังคมหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับความตาย

‘เพราะความตายเป็นเรื่อง…ไกลตัว’ คงเป็นคำตอบอันดับแรก ที่ทำให้คนจำนวนมากส่ายหน้าปฏิเสธที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับความตาย ทั้งๆ ที่ความตายอยู่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด...หรืออาจยังไม่คลอดออกมาจากครรภ์มารดาด้วยซ้ำ

เรากำลังเผชิญวิกฤตอันใหญ่หลวง และวิกฤตที่ว่านี้เกิดจากจิตใต้สำนึกที่บอกเราว่า

‘ทำไมฉันต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้โลกนี้ดีขึ้น ในเมื่อคนอื่นยังไม่เปลี่ยนแปลง’

โลกของแต่ละคนมีมิติที่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้เจอ ที่สำคัญ โลกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกว่า... ‘คุณ’ จะเปลี่ยน เพราะโลก คือ คุณ ดังนั้นการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมพร้อมกับอุดมการณ์เฉพาะของ ‘กลุ่มคน’ จะแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงภายในของ ‘คนหนึ่งคน’ มากทีเดียว เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างชนิดถอนรากถอนโคนในมนุษย์คนหนึ่ง จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของสังคมจากรากฐานอย่างละมุนละม่อม…เป็นไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเริ่มจาก ‘ภายใน’ จิตใจ ไม่ใช่ภายนอกซึ่งหลายครั้ง…เหนือการควบคุม

ในปัจจุบันเราแสวงหาความรู้ทางวิชาการโดยปราศจากความเข้าใจ ‘กระบวนการชีวิต’ ที่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นกลไกสำคัญคอยขับเคลื่อนเราไปสู่วันข้างหน้า กระบวนการทั้งหมดของชีวิตเรากลับถูกหลงลืม บ้างก็เรียนรู้อย่างกระท่อนกระแท่น หรืออาจจงใจละเลย เมื่อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภายในจิตใจได้ เราจึงหันไปพึ่งพาปัจจัยภายนอก โดยหวังว่าหากโครงสร้างทางสังคมซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแล้ว มนุษย์ที่อาศัยในสังคมนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ยังปฏิเสธการช่วยให้ผู้ป่วยตายอย่างสงบ (Active euthanasia) หรือ การช่วยให้ผู้ป่วยฆ่าตัวตายเอง (Assisted suicide) ทั้งในทางการแพทย์และทางกฎหมาย แต่ยังมีบางประเทศที่ออกกฎหมายยอมรับการกระทำดังกล่าว เช่น เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา

ไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวทางสังคมเกี่ยวกับความตายหรือไม่ แต่ความตายก็ยังอยู่กับเราอยู่ดี ไม่มีการหลบหนีที่ดีที่สุด เพราะขึ้นชื่อว่า ‘หลบหนี’ ทุกรูปแบบเหมือนกันหมด เพราะเราล้วนหลบหนีจาก ‘สภาพที่เป็นอยู่จริง’

เคล็ดลับของการ ‘ดำรงชีวิต’ คือเป็นอิสระจากความกลัว

เป็น ความเคลื่อน…ที่ไม่ไหว ไม่สั่นสะเทือน ไม่โอนเอน

ในขณะที่ ‘กลุ่มคน’ พยายามมองหาทางแก้ไขปัญหา แต่จะมีเพียง ‘ไม่กี่คน’ ที่ค้นหาสาเหตุของปัญหาเพื่อให้เข้าใจ หรือ ‘เห็น’ ต้นตอของปัญหาด้วยความรู้ที่ประเสริฐสุด

การเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อขจัดปัญหา กับการปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระจากปัญหาจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มคนที่เป็นผู้ขับเคลื่อนทางสังคมรุ่นแรกต้องพึ่งพิงพลังขับเคลื่อนจากคนรุ่นสอง สาม สี่.. แม้ดูเหมือนว่าเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ แต่โดยความเป็นจริงแล้วพวกเขายังถูกหล่อหลอมให้มีความสามารถและประสิทธิภาพด้านวิชาการโดยปราศจากความเข้าใจชีวิต โดยเฉพาะการควบคุมความคิด ความอยาก จึงทำลายความสดใหม่ของปัญญา และความไร้เดียงสาของวัยเยาว์โดยสิ้นเชิง มีแต่จะส่งเสริมทำให้โหดเหี้ยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ความรุนแรงไม่สามารถหยุดความรุนแรงได้ ยกเว้น ความรัก

หากวันนี้เราเข้าใจว่ามนุษย์ล้วนกลัวความเจ็บ กลัวความตาย เราจะเริ่มหยุดความรุนแรงด้วย ‘ตัวเรา’ เองทันที

ในวันที่ท้องฟ้าทอแสงสีทองแรก เพื่อต้อนรับรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ แทนที่เราจะคิดสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติก่อนที่ ‘ผู้สร้าง’ จะกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้เสียอีก เราควร ‘หยุดสร้าง’ วิกฤตการณ์บนโลกใบนี้มากกว่า

อยู่ง่าย..ตายเป็น

ไม่มีใครสามารถทำแทนใครได้ ทุกคนต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง หากจะพลาดก็เพียงเหตุผลสองประการ

ประการแรก…เราไม่ยอมเดินจนสุดทาง
ประการที่สอง…เราไม่เริ่มเดินตั้งแต่…ก้าวแรก

[seed_social]
28 พฤศจิกายน, 2560

เสียงวิงวอนของเด็กน้อยในตัวฉัน

โปรดหยุดคุกคามฉันเสียที
 ด้วยความเก่งความดีและคำสอน 
แม้ถ้อยคำงามหมดจดทุกบทตอน 
แต่กัดกร่อนกำลังใจจนไร้ค่า ได้ยินเสียงของฉันบ้างไหม 
อยากจะบอกเธอไว้ถึงปรารถนา 
แม้ยังอ่อนด้อยในปรัชญา 
อาจยังมีเหลือศรัทธาต่อชีวิต