parallax background
 

ก่อนความตายมาเยือน

ผู้เรียบเรียง: ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ หมวด: ในชีวิตและความตาย


 

รูบี้เดินทางมายังช่วงสุดท้ายของชีวิตกับหัวใจที่ชำรุดทรุดโทรม และวันนี้เธออยากจะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเธอให้พวกเราฟัง

สวัสดีครับ คุณที่รัก
ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ กับเหตุการณ์สูญเสียคนที่คุณรัก รวมถึงรับรู้ความผิดหวังกับความสัมพันธ์ที่มีเหตุให้ต้องเลิกรา คงเป็นเรื่องหนักหน่วงสำหรับคุณมากที่ต้องประสบความทุกข์พร้อมกันระลอกแล้วระลอกเล่า หลายคนเมื่อพบพานความทุกข์ ก็ปิดขังตนเองกับการโอดครวญ ตัดพ้อ กล่าวโทษสิ่งรอบตัว ว่าเป็นต้นเหตุความทุกข์ บางคนก็กล่าวโทษโชคชะตา บางคนก็เฝ้าตำหนิติเตียนตนเอง บางคนก็ใช้ยาเสพติด เหล้า การพนันเพื่อหนีโลกความเป็นจริง

ผมหวังว่าเรื่องราวของรูบี้น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหลายคน ผมเลยถอดความมาให้อ่านครับ เนื้อหามาจากหนังสือ What Really Matters: 7 Lessons for Living from the Stories of the Dying เขียนโดย Karen M. Wyatt, MD.

เรื่องราวของรูบี้มีความเฉพาะตัวบางอย่าง ซึ่งคงไม่สามารถนำมาเทียบเคียงหรือเป็นตัวอย่างให้ใครทำตาม แต่สิ่งที่ผมชอบและคิดว่าน่าจะเรียนรู้คือ รูบี้เลือกการยอมรับความจริงว่าเธอจะ ต้องตาบอด และไม่มีการรักษาใดๆ ช่วยเธอได้ ขณะเดียวกัน เธอก็รับรู้ด้วยว่าตนเองมีความมุ่งหมายอะไรในชีวิต เธอรักการทำงานศิลปะ และไม่ต้องการให้ข้อจำกัดทางร่างกายมาปิดกั้นโอกาสของเธอ การตัดสินใจยอมรับการสูญเสียความสามารถในการมองเห็น คงทำให้รูบี้เศร้า เจ็บปวด แต่เธอเลือกที่จะไม่ให้ตนเองต้องจมจ่อมอยู่กับความเจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจ ไม่ตัดพ้อหรือกล่าวโทษ แต่หาหนทางอยู่รอดต่อไป ผมคิดว่า การยอมรับความทุกข์จากการสูญเสียการมองเห็น ทำให้เรามองเห็นความงามบางอย่างในจิตใจ ความเจ็บปวดเป็นความรู้สึกที่บาดลึกจิตใจที่สุดเมื่อเทียบกับความรู้สึกอื่นๆ และการสัมผัสถึงความรู้สึกส่วนลึก คงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ของเธอ

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้รูบี้ผ่านวัยชราและต้อนรับความตายได้อย่างสง่างาม คือ การมีงานศิลปะเป็นเครื่องอาศัย งานศิลปะเป็นช่องทางให้รูบี้ได้ทำในสิ่งที่รัก เป็นเวทีเชื่อมโยงกับโลก ผู้คน และความรู้สึกมีคุณค่าต่อโลกใบนี้ เราทุกคนต่างต้องการเครื่องอาศัย เครื่องอาศัยของบางคนคือการได้ดูแลลูกหลาน การมีเพื่อน มีกิจกรรม หรืองานอดิเรก ผมคิดว่าในช่วงการปรับตัวของคุณ ผมอยากให้คุณลองตรึกตรองว่ากิจกรรมอะไรที่คุณรัก คุณมีความสุข เพื่อเป็นเครื่องอาศัยให้กับชีวิต

ขอบคุณครับที่เขียนจดหมายถึงผม
ด้วยความระลึกถึง
ห้องโอบ-อุ่นใจ

ก่อนความตายมาเยือน : ภาพกระจ่างชัดในใจศิลปิน
(What Really Matters: 7 Lessons for Living from the Stories of the Dying)
Karen M. Wyatt, MD. เขียน
ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ ถอดความ

รูบี้กำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคหัวใจขั้นรุนแรง เธออายุ ๘๑ ปี ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยที่ดูอ่อนโยน ดวงตาของเธอดูเบิกบาน แต่จริงๆ แล้วดวงตาของเธอบอดมาได้ ๑๕ ปีแล้ว เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงอันเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ รูบี้เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตกับหัวใจที่ชำรุดทรุดโทรม และวันนี้เธออยากจะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเธอให้พวกเราฟัง

เธอเล่าว่า สามีของเธอตายจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย เธอเป็นผู้เลี้ยงดูลูก ๓ คนให้เติบโตตามลำพัง เธอต้องทำงานหนักหลายปี อุทิศตัวเพื่อดูแลประคับประคองครอบครัว ในที่สุดเมื่ออายุราว ๕๕ ปี และลูกๆ โตพอที่จะดูแลตนเอง เธอจึงได้มีเวลาสำรวจสิ่งที่เธอสนใจและพบว่าเธอมีพรสวรรค์ด้านงานศิลปะถักทอ จากนั้นเธอได้เริ่มใช้เวลาและความตั้งใจเรียนรู้สร้างงานศิลปะของเธอเอง

ไม่กี่ปีต่อมา รูบี้พบว่าเธอเริ่มมีปัญหาทางสายตา แต่เธอไม่ได้ใส่ใจมากนักจนกระทั่งพบว่าเธอไม่สามารถร้อยไหมเข้ารูเข็มได้ และเมื่อไปปรึกษาจักษุแพทย์ เธอจึงพบว่าดวงตาของตนเองอยู่ในภาวะเลวร้ายมาหลายปีแล้ว การรักษาที่เป็นอยู่จึงเพียงแค่ชะลออาการให้เสื่อมทรุดช้าลง

รูบี้ไม่สามารถทำงานศิลปะถักทอได้อีกต่อไป เธอตกอยู่ในความสิ้นหวังหดหู่ กังวลว่าจะทำ อย่างไรกับวันเวลาที่ว่างเปล่า ปราศจากงานศิลปะที่ตนเองรัก รวมถึงกับความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มล้นอยู่ในตัว ต่อมาเธอพบว่ามีชั้นเรียนศิลปะแกะสลักไม้ และพบว่าตนเองทำงานได้ด้วยสายตาที่พร่าเลือน เธอหลงรักงานศิลปะนี้ เธอพบความสุขอีกครั้งและสร้างสรรค์งานได้อย่างน่าชื่นชม

๕ ปีต่อมา การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกับเธอ คืนหนึ่งเธอพบว่าไม่สามารถใช้สายตาได้อีก ต้องพึ่งพาคนอื่น ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ความคิดสร้างสรรค์ของเธอไม่สามารถสื่อสารได้อีกต่อไป

รูบี้ติดจมกับความสิ้นหวัง สูญเสียความหวังในการใช้ชีวิต หากว่าเธอไม่สามารถสร้างสรรค์ศิลปะได้อีกต่อไป เธอก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ การทำงานศิลปะคือจุดมุ่งหมายในชีวิต ความมืดบอดของดวงตาคือ ความมืดดำไร้หวังที่กึกก้องในใจเธอ แล้ววันหนึ่ง ครูสอนแกะสลักไม้ซึ่งได้กลายมาเป็นเพื่อนและรับรู้ความทุกข์ใจของเธอ ได้แนะนำให้เธอรู้จักงานปั้นเซรามิค นั่นเป็นการจุดประกายชีวิตของเธออีกครั้งหนึ่ง เธอสนุกสนานกับการใช้มือ ใช้นิ้ว สร้างสรรค์การปั้นดิน และเธอพบว่าตนเองสามารถใช้มือ นิ้วมือสร้างสรรค์งานปั้นจากภาพในใจที่มี เมื่อครูของเธอมาพบ ความชื่นชมในผลงานบ่งบอกว่าเธอมีพรสวรรค์ในงานปั้นอยู่ในตัวรูบี้ทำงานปั้นเซรามิคกระทั่งเธอเสียชีวิต เธอบอกว่าเริ่มแรกที่เธอสูญเสียการมองเห็น เธอเชื่อว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่เธอได้สัมผัสการมองเห็นจากใจเธอเอง และเมื่อเธอมองไม่เห็นอะไรอีกต่อไป เธอก็ได้พบอิสระในการมองเห็นโลกภายในของเธอเอง และสื่อสารความงามที่ดำรงอยู่ในจิตใจเธอ คนอื่นอาจไม่เข้าใจนัก แต่สำหรับรูบี้ เธอมองว่าการที่เธอตาบอดคือของขวัญอันยิ่งใหญ่ในชีวิต เธอมั่นใจว่าเธอจะไม่สามารถค้นพบศักยภาพเต็มร้อย หากไม่ตาบอด ภาวะตาบอดได้นำทางให้เธอได้รับรู้ภาพกระจ่างชัดที่มีอยู่ภายในใจ

ความสามารถในการโอบกอดทุกประสบการณ์ในเส้นทางชีวิต ในพรสวรรค์ ในความอ่อนแอ ในเคราะห์กรรม ความโชคดีโชคร้าย ต่างน้อมนำมาเต็มเติมชีวิตของเธอ รูบี้ไม่ได้เพียงสร้างสรรค์งานศิลปะถักทอ แกะสลัก ปั้นดิน เซรามิคเท่านั้น แต่เธอได้สร้างสรรค์ชีวิตของเธอให้เป็นงานชิ้นเอกด้วย

เรื่องราวของรูบี้ให้บทเรียนว่า เมื่อเราโอบกอดความทุกข์ทรมานอย่างเต็มหัวใจ ความทุกข์จะนำเราไปพบความหมายอันยิ่งใหญ่และสร้างสรรค์ความเต็มเปี่ยมให้กับชีวิต

25 เมษายน, 2561

เ-ว-ล-า

คุณว่า..เราบันทึกเวลาได้ไหม? ไม่ได้หมายความว่า ‘หยุด’ หากหมายถึง ‘เก็บ’ เวลาไว้ในธนาคาร หากสมมุติวันนี้ทุกคนรู้แล้วว่าสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคืออะไร …และรู้ดีว่าต้องให้เวลากับสิ่งนั้นมากที่สุด ปัญหาคือ ‘เหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่ที่จะให้กับสิ่งที่สำคัญมากที่สุด…ในชีวิตคุณ’
1 มิถุนายน, 2561

DI(E)ALOGUE…เรียงร้อยมรณา

ไม่มีสถานที่ใดที่ความตายมิอาจย่างกรายไปถึง…ไม่ว่าจะเป็นในห้วงนภากาศ ในมหาสมุทร หรือแม้แต่ในยามที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา…
17 เมษายน, 2561

เปิดบ้านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Peaceful Death

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน เฟซบุ๊ก (Facebook) ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร เผยแพร่ข้อมูลความคิดกันอย่างกว้างขวาง แม้กระทั่งองค์กรเพื่อสังคมหรือบริษัทธุรกิจ ยังต้องอาศัยเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์