header
 

SKT ลมหายใจเพื่อการเยียวยา

ผู้เขียน: วันอาทิตย์ หมวด: How to


 

จริงๆ แล้ว ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีอาการปวดหัวบ่อยสักเท่าไร แต่ในระยะที่อายุย่างเข้า ๕๐ ปี รู้สึกตัวว่าไม่สามารถจะนอนดึกเกินเวลาสี่ทุ่มต่อเนื่องได้หลายๆ วัน เพราะจะมีอาการปวดหัวในวันรุ่งขึ้น หรือรู้สึกมึนๆ ตั้งแต่เข้านอนแล้วปวดหัวไปจนถึงเช้า หากอาการหนักมากจะต้องตื่นมาทานยาพาราเซตามอล จนรู้สึกกังวลกับผลเสียของยา ต้องเก็บมาคิดว่าน่าจะมีการรักษาทางเลือกในการบรรเทาอาการปวดหัวบ้าง

กระทั่งวันหนึ่ง ในไลน์กลุ่มเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัย ลงวิธีการดูแลสุขภาพด้วยสมาธิบำบัด SKT รู้สึกสนใจ เลยโทรไปคุย จึงรู้ว่าเธอฝึกฝนสมาธิบำบัด SKT  และได้ถ่ายทอดความรู้ ร่วมฝึกกับสมาชิกในครอบครัวมาระยะหนึ่งแล้ว 

สมาธิบำบัด SKT เป็นเทคนิคการดูแลรักษาสุขภาพซึ่งผสมผสานสมาธิ โยคะ ชี่กง การออกกำลังกายแบบยืดเหยียด การปฏิบัติสมาธิด้วยเทคนิคการหายใจ และการควบคุมประสาทสัมผัสทางหูและตา รวม ๗ เทคนิค สำหรับการป้องกันรักษาสุขภาพในคนทั่วไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในโลหิตสูง และเบาหวาน ควรฝึกเทคนิค ๑-๓ ข้าพเจ้ารับฟังพร้อมดูภาพการฝึกของอาจารย์สมพร ผู้ค้นคิดเทคนิค

สมัยแรกๆ ที่เธอฝึกฝนเองจากการดูคลิปในยูทูบ เธออุตสาหะปฏิบัติท่าที่ ๑-๓ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะท่าที่ ๑ เพราะเธอคุ้นเคยกับการทำสมาธิยาวนานเป็นชั่วโมงอยู่แล้ว “แต่มันไม่ได้ผลอะไร การปฏิบัติต่อเนื่องทั้งวัน เป็นความเข้าใจไม่ถูกต้อง เพราะเทคนิคนี้ จะส่งผลดีต่อสุขภาพ ภายใต้กฎ คือให้เลือกทำเพียงท่าใดท่าหนึ่งในแต่ละวัน หรือต่อเนื่องกันหลายวัน โดยแต่ละวัน ให้ทำจนครบรอบภายในเวลาประมาณ ๑๒-๑๗ นาที นับเป็นหนึ่งครั้ง สามารถทำโดยเว้น ๖ ชั่วโมงในหนึ่งวัน” 

นั่นเป็นบทเรียนจากการลองผิดลองถูก ก่อนหน้าที่เธอจะไปเข้าอบรมอย่างจริงจัง และปัจจุบัน เธอสอนพี่น้องให้ทำ SKT ทุกคน ซึ่งได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างน่าพอใจ เช่น พี่ชายของเธอมีปัญหาไขมันในเลือดสูงถึง ๓๐๐ กว่า เมื่อฝึก SKT ท่าที่ ๑-๓ ภายใน ๑ เดือน ระดับไขมันฯ ลดลงมาเหลือ ๒๐๐ กว่า หรือพี่สาวฝึก SKT ต่อเนื่องช่วยบรรเทาอาการปวดบริเวณ หลัง และไหล่ได้ 

 

เทคนิคแรก “นั่งผ่อนคลาย ประสานกายประสานจิต” 

๑. หากนั่งให้หงายฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนหัวเข่า หากนอนให้วางแขนหงายมือไว้ข้างตัว หรือคว่ำฝ่ามือไว้ที่หน้าท้อง
๒. ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ นับ ๑-๕ กลั้นหายใจนับ ๑-๓ ช้าๆ แล้วเป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ พร้อมกับนับ ๑-๕ อีกครั้ง ถือว่าครบ ๑ รอบ ทำซ้ำแบบนี้ทั้งหมด ๓๐-๔๐ รอบ แล้วค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ
๓. ทุกเทคนิคให้ปฏิบัติวันละ ๓ ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหาร ๓๐ นาที

ท่านี้จะช่วยลดความดันโลหิต ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และลดน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้ดี 

 

เทคนิคที่ ๒ “ยืนผ่อนคลาย ประสานกาย ประสานจิต”

๑. เริ่มจากยืนตรงในท่าที่สบาย เข่าตึง ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ นับ ๑-๕ กลั้นหายใจนับ ๑-๓ ช้าๆ แล้วค่อยๆ เป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ ๑-๕ อีกครั้ง ทำแบบนี้ ๕ รอบ

๒. ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะฝ่ามือประกบกัน แขนตึงแนบใบหู สูดลมหายใจเข้าทางจมูก ลึกๆ ช้าๆ นับ ๑-๕ กลั้นหายใจนับ ๑-๓ ช้าๆ แล้วเป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ เบาๆ พร้อมกับนับ ๑-๕ อีกครั้ง ถือว่าครบ ๑ รอบ 

ให้ฝึกหายใจในท่าชูแขนเหนือศีรษะเช่นนี้รวม ๓๐ รอบ แล้วค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ ค่อยๆ แยกฝ่ามือออกจากกัน พร้อมกับหายใจปกติ ๓๐ รอบ ค่อยๆ ลดมือลงในท่าหงายฝ่ามือ หายใจเข้าออก ๑ รอบลดลง ๑ จังหวะ จนกระทั่งฝ่ามือลดลงมาถึงต้นขา ขยับเท้ามาชิดกัน ยืนปกติ

สำหรับคนที่ไม่ค่อยบริหารช่วงไหล่ จะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึงเจ็บมาก จนทนไม่ได้ อนุโลมให้ลดแขนลงมาตั้งเหนือศรีษะ โดยมือยังคงประกบกัน ไม่แยกจากกัน เมื่อทำท่านี้ทุก ๑-๔ รอบการหายใจ ซึ่งความเจ็บปวดนี้ จะหายไปทันทีเมื่อปล่อยแขนลง และหากไม่เกร็งแขนให้ประกบแนบใบหู จะไม่ได้รับประโยชน์จากท่านี้ 

ท่านี้ มีความเจ็บปวดจากการยกแขนเหนือศรีษะในระยะแรกๆของการฝึก ซึ่งเป็นการดีท็อกซ์ เมื่อฝึกต่อเนื่องจะลดการเจ็บปวดลง ช่วยลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้ดี และควบคุมการทำงานของไขสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

เทคนิคที่ ๓ “นั่งยืด-เหยียดผ่อนคลาย ประสานกาย ประสานจิต” 

๑. นั่งบนพื้นราบในท่าที่สบาย เหยียดขา เข่าตึง หลังตรง เท้าชิด คว่ำฝ่ามือบนต้นขาทั้งสองข้าง ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ นับ ๑-๕ กลั้นหายใจนับ ๑-๓ ช้าๆ แล้วเป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ ๑-๕ อีกครั้ง ทำ ๓ รอบ

ควรใช้เบาะนุ่มๆ เสริมรองนั่ง เพราะการทำต่อเนื่องกัน ทำให้มีอาการเจ็บที่ก้นกบได้ และให้

๒. หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ พร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้า แขนตึง ผลักฝ่ามือทั้งสองข้างไปด้านหน้าจนปลายมือจรดนิ้วเท้า หยุดหายใจชั่วครู่

ขอให้ปลายมือจรดนิ้วเท้าเท่านั้น ไม่ควรเลยออกไป คนที่ฝึกโยคะมักจะยืดปลายมือเกินปลายนิ้วเท้า เป็นความเคยชินอีกแบบหนึ่ง

๓.หายใจออกช้าๆ พร้อมกับค่อยๆ ดึงตัวและแขน เอนไปข้างหลังให้ได้มากที่สุด ค้างไว้สักครู่ นับเป็น ๑ รอบ ทำซ้ำในขั้น ๒-๓ รวม ๓๐ รอบ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ท่านี้จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ลดพุง และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี 

เคล็ดลับของ SKT อยู่ที่การกลั้นหายใจ การจดจ่อ และเมื่อทำสม่ำเสมอ การหายใจเข้าออกจะยาวขึ้นๆ แต่มีข้อควรระวัง เช่น ไม่ควรทำระหว่างหิว หรืออิ่มเกินไป และให้สังเกตปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หากไม่เป็นผลดี เช่น แน่น อึดอัด หรือบาดเจ็บ ก็ควรหยุดพัก 

แต่ถึงแม้จะยอมรับว่า ในปัจจุบันความรู้หรือเทคนิคซึ่งเป็นทางเลือกของการดูแลสุขภาพ หรือป้องกันโรคไม่ติดต่อ โดยไม่ต้องพึ่งยาแพร่หลายในโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่รับรู้ข้อมูลความรู้จะนำมาปฏิบัติหรือฝึกฝนในทันที เพราะคนจำนวนมากไม่ค่อยตระหนักเรื่องการป้องกันหรือรักษาสุขภาพด้วยตัวเอง แต่จะคุ้นชินกับการไปหาหมอมากกว่า 

สำหรับข้าพเจ้าที่ต้องการป้องกันอาการปวดมึนหัว เพื่อนแนะนำให้ฝึกท่าที่ ๑ และ ๒ รวมกัน เพื่อนรู้นิสัยว่า ข้าพเจ้าชอบนอนอ่านหนังสือมากกว่าออกกำลังกาย เหมือนหมีในถ้ำ สุดท้าย เพื่อให้ข้าพเจ้า “ซื้อ” SKT เธอยินดีที่จะมาช่วยเป็นวิทยากรอบรมผู้สนใจกลุ่มเล็กๆ ในละแวกบ้านข้าพเจ้า เพื่อจะกระตุ้นให้เกิดการรวมกลุ่มฝึก เธอยืนยันว่าช่วยรักษาอาการปวดเข่า ภูมิแพ้ และความดันโลหิตสูงได้จริง ทำให้ข้าพเจ้าคิดในใจ “เราคงต้องเป็นหมีทิ้งหนังสือ เดินออกจากถ้ำมารับแสงแดดยามเช้ากับเพื่อนบ้านแล้วสินะ”


อ้างอิง

https://www.gotoknow.org/posts/439655
- สำนักการแพทย์ทางเลือก http://www.thaicam.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=61

SKT เป็นตัวย่อของชื่ออาจารย์ รศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคนิคดังกล่าวโดยศึกษาเรื่องระบบประสาทของมนุษย์ และการเชื่อมโยงกับการปฏิบัติสมาธิ ในระหว่างการศึกษาระดับปริญญาเอก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจารย์สมพร และลูกศิษย์ให้การอบรมเทคนิคในหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานราชการ เอกชน และมีโรงพยาบาลหลายแห่งฝึกอบรมให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังปฏิบัติ ซึ่งช่วยบรรเทาโรค และอาการเจ็บป่วยต่างๆ

[seed_social]
19 เมษายน, 2561

รู้สึกผิดและทำใจไม่ได้ ที่คนใกล้ชิดฆ่าตัวตาย

สาเหตุการตายตามใบมรณบัตร คือกินยาเกินขนาด หลังๆ แม่หลงลืมว่าเก็บของไว้ที่ไหน กลัวหาย เลยเก็บซุกไว้ และหาไม่เจอ จะโทษแม่บ้านเป็นประจำว่าขโมยไปหรือแกล้งแก แล้วจะแช่งคนที่เอาไป
19 เมษายน, 2561

สนทนาเรื่องความตายด้วยเกม “เดาใจฉันหน่อยสิ”

ถ้าเช้าวันหนึ่ง เธอพบฉันนอนยิ้ม หลับตาพริ้มอยู่ แต่ปรากฏว่าฉันหยุดหายใจไปแล้ว แม้ตัวยังอุ่นอยู่ เดาใจฉันซิว่า ฉันอยากให้เธอพาฉันไปโรงพยาบาล หรือฉันอยากจะหลับตายไปตอนนั้นเลย
20 เมษายน, 2561

คำถามหยั่งเชิง เปิดประเด็นคุยเรื่องความตาย

คุณอาจคิดว่าการคุยเรื่องความตายกับคนบางคนเป็นเรื่องยาก เขาอาจเป็นผู้ป่วยระยะท้าย เป็นคนจีนที่เชื่อว่าการพูดถึงความตายเป็นลางร้ายและอัปมงคล เป็นผู้ไม่เคยพูดหรือคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่บางครั้ง การพูดคุยเรื่องนี้เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความคุ้นเคยกับความตายก็เป็นสิ่งจำเป็น
SKT ลมหายใจเพื่อการเยียวยา
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"