parallax background
 

Little DJ.
เสียงจากหัวใจ “ครอบครัว ความรัก และการจากพราก”

ผู้เขียน: ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ หมวด: รีวิวสุนทรียะในความตาย


 

ผู้เขียนพาผู้อ่านให้ได้รู้จักตัวเอกของเรื่อง คือ ทาคาโนะ ทาโร เด็กชายอายุ ๑๑ ปี ฉากเบื้องหลังทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพชีวิตของทาโรว่าเขาเป็นเด็กชายที่มีชีวิตชีวา สนุกสนานกับกีฬาเบสบอล แต่ทาโรก็เป็นเพียงตัวสำรอง ไม่ได้มีความโดดเด่นด้านกีฬานัก บ่อยครั้งที่เขาได้แต่นั่งข้างสนามและหาความเพลิดเพลินกับการพูดบรรยายการแข่งขันให้ตัวเองฟัง และเมื่อเขามีโอกาสได้ลงเล่น เขาก็ไม่ได้สร้างปาฎิหาริย์อะไร นอกจาก...เลือดกำเดาไหลจนต้องมีการตรวจร่างกายเพื่อค้นหาสภาพผิดปกติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตทาโรที่ต้องอยู่โรงพยาบาลในฐานะคนไข้มะเร็งเม็ดเลือดยาว

เพียงฉากบรรยายไม่กี่หน้า ผู้เขียนก็ทำให้ผู้อ่านได้รู้จักสมาชิกในครอบครัวของทาโร ฮิโรโกะแม่ของทาโรที่ต้องพึ่งพิงสามี มีสิทธิ์มีเสียงน้อย มาซาฮิโกะพ่อของทาโรผู้มุ่งมั่นทำงานหนัก รักลูกไม่ต่างจากภรรยา แต่ตัวเขาก็ไม่รู้วิธีสื่อสารความรักที่มีต่อลูก นอกจากการเคี่ยวเข็ญให้ทาโรเข้มแข้งและต่อสู้ชีวิต สิ่งที่น่าสนใจมากคือ วรรณกรรมเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านได้รู้จักสภาพสังคมชายเป็นใหญ่ สังคมที่ผู้ชายเป็นผู้นำ มีอำนาจ สิทธิ์และเสียงเต็มที่ และที่สำคัญคือ การเป็นสภาพสังคมที่ผู้ชายอ่อนแอไม่ได้ แสดงความอ่อนโยนไม่ได้ เพราะอาจถูกมองว่า นั่นคือ ความอ่อนแอ มาซาฮิโกะได้รับอิทธิพลจากพ่อของตนโดยเฉพาะแนวทางการเลี้ยงดูลูกให้เข้มแข็ง ต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ บ่อยครั้งคำพูดที่มาซาฮิโกะมักใช้กับครอบครัวบ่อยๆ คือ “เรื่องแค่นี้ไกลหัวใจ” ทุกครั้งที่ฮิโรโกะ ต้องการบอกกล่าวหรือแบ่งปันความรู้สึกนึกคิดภายในถึงความกังวล สิ่งที่ได้รับจากสามี พ่อของลูกก็คือ ท่าทีรำคาญ ไม่อยากฟัง พร้อมกับคำพูดเชิงปฏิเสธความกังวลของอีกฝ่ายว่า “คุณไม่เข้าใจ” ไม่รับรู้ ไม่อยากฟัง คือ อาการปฏิเสธที่มาซาฮิโกะมักใช้บ่อยๆ แม้มาซาฮิโกะจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการเลี้ยงดูของพ่อตัวเองเพราะตนรู้สึกทุกข์ทรมาน แต่สิ่งที่มาซาฮิโกะทำกับลูกก็ไม่ต่างกัน นี่คือ กฎของครอบครัว ครอบครัวจำนวนมากพ่อแม่มักส่งผ่านอิทธิพลต่อมาที่ลูกและการเลี้ยงดูของพวกเขา คำพูดจากฮิโรโกะที่พูดกับสามีและสะท้อนความจริงข้อนี้คือ “คุณเหมือนคุณพ่อไม่มีผิด” 

อาการป่วยด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ทำให้ทาโรมีช่วงเวลาจำกัดที่มีชีวิตได้ประมาณ ๙ เดือน ๙ เดือนในโรงพยาบาลเปิดโอกาสให้ทาโรได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ได้เรียนรู้พบปะผู้คนมากมายผ่านงานดีเจเปิดเพลง ท่าทีการสื่อสาร ความตั้งใจรวมถึงความสามารถเฉพาะตัว ทำให้ทาโรและงานดีเจได้เข้ามาเปิดใจและเยียวยาจิตใจสิ่งที่ค้างคาบางอย่างในใจของคนไข้หลายคน ช่วงพักกลางวันอันเป็นช่วงที่เปิดให้ฟังเสียงเพลง โดยมีทาโรเป็นผู้จัดรายการ กลายเป็นช่วงเวลาที่หลอมรวมจิตใจของทุกคนในโรงพยาบาล โรคภัยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนักเมื่อคนไข้พบว่าพวกเขายังมีเสียงเพลง ดนตรีที่โปรดปรานและกิจกรรมที่พวกเขาพบว่า พวกเขามีความสุขได้

สิ่งวิเศษที่เกิดขึ้นในช่วง ๙ เดือนของทาโร คือ งานผู้จัดรายการวิทยุทำให้เขามีโอกาสได้พูดคุยสัมภาษณ์เพื่อนคนไข้ผู้สูงอายุหลายคน หลายเรื่องราว หลายชีวิตทำให้ทาโรได้เรียนรู้ถึงการจากพรากของผู้เป็นที่รักที่ต้องจากไปก่อนวันอันควร เหลือไว้แต่รอยบาดแผลในจิตใจของผู้ยังมีชีวิต ดังเช่น แม่ที่ต้องสูญเสียลูกชายในสงคราม โดยที่ลูกไม่มีโอกาสขอโทษในสิ่งไม่ดีที่เคยทำกับแม่ไว้ ชายหนุ่มที่ไม่มีโอกาสบอกความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อหญิงสาวที่ตนรักเพราะเธอต้องตายจากไปเสียก่อน พ่อลูกที่มีความไม่เข้าใจระหว่างกันในความรัก ความผูกพันที่มีต่อกัน แต่ละเรื่องราวทำให้ทาโรและผู้อ่านได้เติบโตไปด้วยว่า ชีวิตนี้มีค่านัก และการจากพรากก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากไม่รีบฉกฉวยวันเวลาไว้ 

สลับด้วยภาพชีวิตบรรยากาศโรงพยาบาล รวมไปถึงภาพชีวิตของหมอ ปฏิสัมพันธ์ที่หมอมีต่อคนไข้ โดยมีหมอแก่และหมอหนุ่มมาเป็นภาพตัวแทนของหมอที่แตกต่างในประสบการณ์ ความคิด ความเชื่อ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่มีต่อคนไข้ ท่าทีการดูแลคนไข้ของหมอแก่เป็นตัวอย่างของการดูแลคนไข้ไม่เพียงเฉพาะมิติด้านร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังรวมมิติด้านจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ความปรารถนาของคนไข้ที่พวกเขาพึงได้รับการดูแลและบรรลุถึงความปรารถนานั้นๆ เพื่อให้การลาจากโลกนี้ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว หรือมีสิ่งกังวลติดค้างอยู่ 

บทเรียนชีวิตเหล่านี้ช่วยทำให้ทาโรเข้าใจพ่อแม่ ปล่อยวางความโกรธ ความไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่เป็น สิ่งที่พ่อแม่กระทำ พร้อมกับทาโรก็กล้าที่จะบอกกล่าวความรู้สึกแท้จริงกับเพื่อนหญิงที่ตนรัก

วรรณกรรมเล่มเล็กนี้ ถ่ายทอดเนื้อหาด้วยเนื้อหากระชับ อบอุ่นและบอกเล่าถึงความเข้าใจชีวิตอันนำไปสู่การยอมรับ การปล่อยวางและพร้อมลาจากอย่างสงบเท่าที่เป็นไปได้ 

[seed_social]
17 เมษายน, 2561

My Sister’s Keeper พ่อแม่ไม่ฟังฉัน

ครอบครัวคือระบบความสัมพันธ์ ทุกหน่วยมีหน้าที่และสัมพันธ์ต่อกัน และต่อระบบทั้งหมด ดังนั้นยามที่องคาพยพใดเกิดความผิดปกติ การปรับตัวจึงเป็นปัจจัย ทักษะ ความสามารถ และปัจจัยชี้วัดสำคัญว่า ระบบทั้งหมดจะดำรงอยู่ต่อไปได้หรือไม่
1 มิถุนายน, 2561

ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด

นวนิยายเรื่อง The Unlikely Pilgrimage of Harold Fry ผลงานของ เรเชล จอยซ์ นักเขียนบทละคร ทั้งละครวิทยุและโทรทัศน์ แปลโดยธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ในชื่อเรื่อง ความตายครั้งที่มีความหมายมากที่สุด
20 มีนาคม, 2561

ความตายจากความรุนแรงในครอบครัว

สำหรับเด็กและเยาวชนแล้ว ครอบครัวคือแหล่งพักพิง ปกป้องชีวิตให้อยู่รอดและเติบโต การเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ พวกเขาต้องพึ่งพิงพ่อแม่ ครอบครัว ในการอยู่รอดและเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ