ช่างตัดผมในชุมชนกรุณา

ผู้เขียน: เจนจิรา โลชา หมวด: ชุมชนกรุณา


 

อุ๊ยหนานเทียน (นายบุญเทียน โลชา) เป็นช่างตัดผมชายในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในภาคเหนือ อุ๊ยหนานจัดห้องเล็กๆ ข้างบ้าน เป็นร้านตัดผม มีเก้าอี้สำหรับนั่งตัดผม มีกระจกเงา และแบตตาเลี่ยนสำหรับตัดผม 2-3 ตัว เป็นการจัดร้านที่เรียบง่ายและไม่มีอุปกรณ์มากมายแต่อย่างใด

ผู้สูงอายุในชุมชนนิยมมาตัดผมกับอุ๊ยหนาน บ่อยครั้งที่อุ๊ยหนานไม่เปิดร้านเพราะต้องไปทำธุระที่อื่น หรือไปทำไร่สวนตามประสาคนที่มีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ผู้สูงอายุก็จะเวียนกลับมาหาอีกครั้งและอีกครั้ง จนกว่าจะได้ตัดผม ทั้งๆ ที่ในละแวกชุมชนนี้มีร้านตัดผมอีกหลายร้าน แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ไปตัดผมที่ร้านอื่น เพราะผู้สูงอายุที่เป็นผู้ชายเป็นคนที่ไปวัดไปวา ธัมมะธัมโม บางคนมีของขลัง เขาถือเคล็ดว่าจะต้องตัดผมกับคนที่เป็น “หนาน” (คนที่เคยบวชพระมาก่อน) เท่านั้น ร้านตัดผมอุ๊ยหนานเทียนจึงเป็นที่นิยมของผู้สูงอายุในชุมชน

ร้านตัดผมนี้เปิดมา 45 ปีแล้ว คนในหมู่บ้านเล่าว่า ตัดผมที่ร้านนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นลูก จนตอนนี้รุ่นหลานก็มาตัดผมกับอุ๊ยหนาน เนื่องจากเป็นร้านที่เปิดมายาวนาน อุ๊ยหนานเคยตัดผมในราคา 3 บาท จนในปัจจุบันคิดค่าบริการตัดผมเพียง 20 บาท ซึ่งอุ๊ยหนานเล่าให้ฟังว่าที่เก็บเงินค่าบริการถูกเพราะอุ๊ยหนานตัดผมไม่ค่อยเก่ง ตัดได้ไม่กี่ทรง และใจเย็น ค่อยๆ ตัดเลยใช้เวลาตัดนานกว่าร้านอื่นๆ จึงคิดค่าบริการแค่นี้ และเห็นว่าเป็นราคาที่ผู้สูงอายุในชุมชนพอที่จะจ่ายได้

อุ๊ยหนานเล่าให้ฟังอีกว่า เคยคิดจะเลิกตัดผมหลายครั้งแล้ว แต่ก็รู้สึกเห็นใจผู้สูงอายุที่จะไม่มีร้านตัดผมที่มีช่างเป็นหนานตามความเชื่อ และเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนในชุมชน เพราะมีผู้สูงอายุบางคนที่ไม่มีเงินตัดผม บางคนนำไม้กวาดทางมะพร้าวที่ตนทำเองทำมาแลกบริการตัดผม

ยังมีผู้สูงอายุบางคนที่เคยตัดผมกับอุ๊ยหนานตั้งแต่ตอนหนุ่มๆ จนตอนนี้กลายเป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ไม่สามารถเดินหรือปั่นจักรยานมาตัดผมเองได้ อุ๊ยหนานก็ยังตามไปให้บริการตัดผมถึงที่บ้านโดยไม่ได้คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใด

อุ๊ยหนานบอกว่า การไปตัดผมให้กับผู้ป่วยที่อยู่ติดบ้าน ติดเตียงถึงที่บ้านนั้น ถือเป็นโอกาสที่จะได้ไปเยี่ยมเยือน พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอีกด้วย ทุกครั้งที่เขาไปตัดผมให้ผู้ป่วยเหล่านี้ ผู้ป่วยจะมีความสุข ยิ้มแย้ม ดีใจที่มีคนมาเยี่ยมเยือน และที่สำคัญคือรู้สึกสบายกายที่ได้ตัดผม อุ๊ยหนานจึงมีความสุขทุกครั้งเช่นกันที่ใช้ทักษะการตัดผมที่ตนมีเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชน

เรื่องราวของอุ๊ยหนานเทียน ช่างตัดผมธรรมดาๆ ที่เป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่า เราทุกคนสามารถเข้ามีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลคนในชุมชนของเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่ต้องอยู่ติดบ้าน ติดเตียง ที่ต้องการความช่วยเหลือการสนับสนุนจากคนในชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ทางกายก็ทางใจ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แม้สิ่งนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีมูลค่าเป็นเงินมากมาย แต่เป็นการทำสิ่งนั้นด้วยใจกรุณา

เรียบเรียงข้อมูลจากการสัมภาษณ์ นายบุญเทียน โลชา : ช่างตัดผมในชุมชน

[seed_social]
22 กันยายน, 2560

ใครอ่านข้อความนี้ต้องตาย

คุณอ่านไปแล้ว อย่าทำเป็นไม่เห็น เพราะถ้าคุณอ่านมาถึงประโยคนี้ มันก็สายเกินไปแล้ว จากนี้ไปเตรียมตัวได้เลย “คุณ ต้อง ตาย” เพราะนี่คือข้อความต้องคำสาป
19 เมษายน, 2561

ความตายไม่น่ากลัว ความกลัวตายต่างหากที่น่ากลัว

ดิฉันมักจะกลัวอนาคตค่ะ กลัวความตาย เนื่องจากสามีเป็นคนดี กลัวการพลัดพราก ไม่อยากผูกพันกับใครมาก ทำให้ไม่กล้านึกถึงอนาคตค่ะ เวลาที่จะซื้อคอนโดฯ ก็กลัวว่าถ้าเค้าเสียชีวิตแล้วดิฉันจะทำอย่างไร ดิฉันควรคิดอย่างไรดีคะ
19 เมษายน, 2561

หมออย่าบอกแม่นะครับว่าเป็นมะเร็ง

ฉันรู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้ชายร่างใหญ่พูดไปร้องไห้ไป ผิดกับภาพลักษณ์ของเขาในครั้งแรกที่พบกันที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ซึ่งเป็นวันที่ฉันได้รับปรึกษาให้ช่วยดูแลครอบครัวของเขาที่มีแม่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
ช่างตัดผมในชุมชนกรุณา
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"