parallax background
 

ไม่รักษาอาการป่วย...จนตาย
ถือเป็นการฆ่าตัวตายไหม

ผู้เขียน: พระไพศาล วิสาโล และคณะ หมวด: ประสบการณ์ชีวิต


 

Kai Jintana - กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความหมายของการฆ่าตัวตาย ถ้าเรารู้ว่าเราป่วยเป็นโรคร้ายรักษาไม่หายและเกิดท้อแท้ ไม่อยากรับการรักษาตามขั้นตอนของแพทย์ ปล่อยให้ตัวเองเสียชีวิตไปเอง แบบนี้เราจะบาปเหมือนกับการฆ่าตัวตายหรือไม่คะ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ค่ะ

พระไพศาล วิสาโล - ถึงแม้จะปฏิเสธการรักษาตามขั้นตอนของแพทย์ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่หากยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกนาน หรือแม้แต่ชั่วระยเวลาหนึ่ง เราก็ควรดูแลรักษาชีวิตของตนเท่าที่จะทำได้ เพราะการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เป็นโอกาสที่หาได้ยาก เราสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการทำความดี บำเพ็ญกุศล ตลอดจนฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้เจริญงอกงาม เพื่อเข้าถึงประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะได้จากการมาเกิดเป็นมนุษย์

อันที่จริงการดูแลรักษาร่างกายนี้ให้ทำงานต่อไปได้ เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของเรา แม้จะป่วย ก็ควรดูแลรักษาประคับประคองต่อไปตามเหตุปัจจัย หากตั้งใจปล่อยให้ตัวเองเสียชีวิตไปโดยไม่ได้ดูแลรักษาหรือประคับประคองเลย ก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย เว้นเสียแต่ว่ามาถึงระยะสุดท้ายของชีวิตหรือใกล้เสียชีวิตแล้ว แทนที่จะยื้อต่อไปเพียงแค่ให้มีลมหายใจยืนยาวเท่านั้น ก็พร้อมรับความตาย และปล่อยให้ตายตามวิถีธรรมชาติ โดยปราศจากการแทรกแซงทางการแพทย์ ในกรณีอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

คนไทยสมัยก่อนเมื่อรู้ว่าจะต้องตายแน่แล้วหลังจากที่รักษาพยาบาลมาเต็มที่แต่ไม่ได้ผล ก็จะยอมรับความตาย โดยเลิกกินยา จากนั้นก็ไม่กินอาหาร กินแต่น้ำ แล้วจากไปในที่สุด การกระทำเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เป็นการยอมรับความตายโดยดุษณีและเลือกที่จะตายตามธรรมชาติของสังขาร

[seed_social]
25 เมษายน, 2561

เราตายอย่างไร

มีความเข้าใจผิดมาตลอดว่าการแพทย์ การรักษาพยาบาลนั้นสามารถ "ช่วยชีวิต" (life-saving) แท้จริงสิ่งที่ทำได้ คือ การชะลอความตายหรือการยื้อชีวิตได้เท่านั้น เพราะท้ายสุดเราทุกคนต้องตาย
9 พฤษภาคม, 2561

ค่ำวันหนึ่ง

ค่ำวันหนึ่ง อยู่ๆ การล้มป่วยก็เกิดขึ้นกับฉัน โดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ฉันเพียงแต่ยืนคุยอยู่ข้างเตียงเพื่อนที่นอนป่วยอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ฉันยืนคุยได้เพียงแค่ครู่เดียว ครู่เดียวเท่านั้น
16 พฤษภาคม, 2561

รับฟังอย่างลึกซึ้ง: ประตูสู่หัวใจ ช่วยคลายทุกข์และเยียวยา

ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเคยเล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่เธอป่วยอยู่ มีอาสาสมัครคนหนึ่งมาเยี่ยมให้กำลังใจเธอที่บ้านเกือบทุกวัน แต่เผอิญอาสาสมัครท่านนั้นก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน