parallax background
 

เบาใจ…สบายกาย

ผู้เขียน: ทอรุ้ง หมวด: ประสบการณ์ชีวิต


 

ทุกวัน..มีคนเสียใจเพราะ ‘ความรัก’ แต่ไม่ใช่เพราะ ‘คนพิเศษ’

ความรักมักวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ จะเรียกว่าตลอด 24 ชั่วโมงก็ว่าได้ ถ้าไม่ได้เป็นฝ่ายรักเขา ก็เป็นฝ่ายถูกรัก ยิ่งใครเป็นคนชอบเขียนไดอารีประจำวันและเกิดรักใครขึ้นมาสักคน รับรองว่าชื่อของเขาหรือเธอจะต้องถูกเขียนลงไปแทบทุกหน้าแน่นอน น่าเสียดายที่ชื่อของ ‘คนที่รักเรา’ กลับไม่เคยปรากฎในไดอารีของเราเลยแม้แต่ครั้งเดียว …ไม่ใช่เพียงเพราะเราไม่ได้ใส่ใจคนคนนั้น แต่อาจเพราะ ‘เราไม่รู้’

เป็นความสุขอย่างมากที่ตอนนี้มีไดอารีประเภทหนึ่งที่เราสามารถเขียนชื่อ ‘คนที่รักเรา’ ลงในบันทึก และเรายังสามารถตรวจสอบด้วยว่าคนนั้นเขารักเราจริงไหม หรือเราแค่คิดไปเอง…ไดอารีนั้นชื่อว่า ‘สมุดเบาใจ’

อะไรคือสมุดเบาใจ?

สมุดเล่มน้อยที่ทั้งหน้าตาและขนาดพกพา ชวนให้นึกถึงสมุดพกประจำตัวนักเรียนยามเป็นเด็กตัวน้อย คือรูปแบบหนึ่งของเอกสารแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 นอกจากจะช่วยวางแผนและสื่อสารความต้องการของเจ้าของสมุดเล่มนี้ให้กับครอบครัวและทีมสุขภาพได้รับรู้แล้ว ยังช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างสมาชิกครอบครัวและทีมแพทย์ผู้ให้การดูแลรักษา นอกจากนี้ยังให้ความรู้ในประเด็นการดูแลสุขภาพช่วงท้ายและวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า รวมไปถึงการจัดการร่างกายและงานศพอีกด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือ ‘ชื่อผู้แทนการตัดสินใจด้านสุขภาพ’ คือ ‘คนพิเศษ’ ที่เจ้าของสมุดเบาใจจะเป็นผู้เลือกให้เป็นผู้ตัดสินใจแทนเรื่องการดูแลสุขภาพและเรื่องอื่นๆ ในยามที่เจ้าของสมุด…เข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต…รักษาไม่หาย…สื่อสารไม่ได้

ทุกวัน...มีคนเสียใจเพราะ ‘ความรัก’ แต่ทุกวันคือโอกาสในการแสดงความรัก

‘สมุดเบาใจ’ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงบอกสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น แต่เขียนขึ้นเพื่อ… คนรอบข้าง….ที่ผู้ป่วย ‘รัก’ ตั้งแต่สมาชิกครอบครัว แพทย์ พยาบาล และทุกๆ คนที่ช่วยดูแลประคับประคองผู้ป่วยดุจ ‘เพื่อนทุกข์’...ว่า…

“ที่รัก…เธออย่าโศกเศร้ากับสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้เลย เพราะทั้งหมดนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ตามธรรมชาติเท่านั้น ก่อนที่ฉันจะอำลาโลกนี้ไป สิ่งเดียวที่ฉันปรารถนาจะได้เห็นจากเธอคือ ‘แววตายิ้มได้กับลักยิ้มบนพวงแก้ม’… เพราะสองสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า เธอกำลังมีความสุขด้วยสามารถยอมรับธรรมชาติอันจริงแท้ของ ‘ตัวฉัน’ ในวาระสุดท้าย…อย่างไม่มีเงื่อนไข”

ความ ‘เบาใจ’ ของเจ้าของสมุดจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากคนรอบข้างยังมีความ ‘หนักใจ’ กับการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

‘ความรัก’ มีอำนาจเยียวยาและเปลี่ยนสภาพการณ์รอบตัวเรา เป็นพลังงานที่ช่วยให้จิตใจเราเข้มแข็ง พร้อมส่งพลังให้เราดูแลผู้อื่นและสรรพชีวิตต่างๆ ให้มีความสุขสงบอย่างที่พลังงานใดๆ ในโลกนี้ไม่สามารถทดแทนได้เลย

ในบรรดาข้อความที่ระบุใน ‘สมุดเบาใจ’ เพื่อให้เจ้าของทำเครื่องหมายถูก หรือเติมคำในช่องว่างนั้น มีข้อความที่บอกถึงสิ่งที่เจ้าของสมุดต้องการให้คนรอบข้างปฏิบัติกับตน อาทิ

…ฉันอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเฉพาะรายชื่อต่อไปนี้ หรือมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้เท่านั้น
..ฉันต้องการให้มีคนย้ำเตือนความดีงามที่ฉันเคยทำ ต้องการให้คนที่ฉันรักพูดสิ่งดีๆ แก่ฉัน รวมถึงการบอกรัก
..ฉันต้องการการกุมมือ สัมผัส โอบกอด และพูดคุย แม้ฉันจะไม่รู้สึกตัวก็ตาม…

จากข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ความจริงแล้ว ชั่วขณะสุดท้ายแห่งชีวิต คือห้วงเวลาพิเศษที่บรรจบกันเพื่อให้ ‘เธอ’ และ ‘ฉัน’ ต่างร่วมกันดำรงอยู่ในภาวะแห่ง ‘รัก’ ได้อย่างพิสุทธิ์

…คือความปรารถนาที่จะมอบความสุขให้ผู้อื่น…เมตตา
…คือการเข้าถึงความทุกข์และปรารถนาที่จะขจัดความทุกข์ของผู้อื่น…กรุณา
…คือความปรารถนาที่จะนำความเบิกบานไปสู่ผู้อื่น และสามารถรับความสุขของผู้อื่นมาเป็นความเบิกบานของตัวเอง…มุทิตา
…คือความปรารถนาที่จะยอมรับทุกสิ่งและไม่แบ่งแยก…มิใช่เพิกเฉย…อุเบกขา

‘สมุดเบาใจ’ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงบอกสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น แต่ยังแสดงจุดยืนของเจ้าของสมุดที่ชัดเจน ว่า…

“ที่รัก…ณ วินาทีที่ฉันกำลังเตียมตัวเดินทางไกล…เราทั้งสองฝ่ายต้อง ‘เบาใจ’…
หากการ ‘ได้รับ’ ความรักพิสุทธิ์จากใครคนหนึ่งเป็นสิ่งที่…ให้ ‘พละ’ แก่ฉัน
หากการ ‘ได้รัก’ ใครคนหนึ่งด้วยจิตวิญญาณ… ให้ ‘ความกล้าหาญ’ แก่ฉัน
‘เธอ’ คือ ‘ใครคนหนึ่ง’ ที่ฉันสามารถบอก ‘รัก’ ในวันที่ฉันยังมีสิทธิ์และมีลมหายใจ…ผ่านสมุดเล่มน้อยๆ ที่ชื่อว่า สมุดเบาใจ”

ทุกวัน..มีคนเสียใจเพราะ ‘ความรัก’ แต่...ไม่ใช่ฉัน

เพราะตอนนี้...ฉันรู้ว่า

เธอรักฉัน…

และ ฉันรักเธอ… ‘คนพิเศษ’ ของฉัน…

19 เมษายน, 2561

เยียวยาด้วยใจรัก

“มีพบย่อมมีพลัดพราก หรือจากลา” เป็นคำที่เราคุ้นหู หรือได้ยินบ่อยๆ ซึ่งในยามปกติเราอาจจะไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อคำพูดนี้ หรืออาจจะรู้สึกว่า เออ ก็จริงนะ แต่เมื่อเกิดความสูญเสียกับเรา เราจะรู้สึกทันทีว่า “จริง”
19 เมษายน, 2561

สูญเสีย ไม่สูญเปล่า

ม.ล.สุภาสินี จรูญโรจน์ คุณครูการศึกษาพิเศษ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง เคยผ่านประสบการณ์การสูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหัน และเสียน้องสาวจากโรคมะเร็งในสมองทั้งๆ ที่ก่อนหน้าจะป่วยน้องสาวเธอเป็นคนแข็งแรงและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ความสูญเสียทั้งสองครั้งแม้ยากจะทำใจ
28 พฤศจิกายน, 2560

ชีวิตที่ต้องอยู่ตามลำพัง

สิ่งที่เรากลัวของคนในสังคมปัจจุบัน คือกลัวว่าจะต้องอยู่ตามลำพังมากกว่า เพราะห่วงว่า จะดูแลตนเองอย่างไรดี เจ็บป่วยจะทำอย่างไร ไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย ที่กลัวกว่านั้นลึกๆ คือความเหงา ไร้คุณค่า