parallax background
 

เบาคลายความเจ็บปวด
ด้วยนวดสัมผัสแห่งรัก

ผู้เขียน: เทียนสี หมวด: ประสบการณ์ชีวิต


 

คนส่วนใหญ่อาจรู้อยู่แล้วว่า การนวดเป็นวิธีการผ่อนคลายร่างกายจากความเมื่อยล้าอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า นอกจากประโยชน์ทางด้านร่างกายแล้ว การนวดยังมีคุณค่าทางใจ เพราะการนวดสัมผัสเป็นการเยียวยาที่สุดแสนวิเศษ เป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะสื่อสารให้อีกฝ่ายรับรู้และเข้าใจว่าเรา “รัก” และ “ห่วงใย” เขาเพียงไร จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า สัมผัสที่อ่อนโยน เต็มเปี่ยมด้วยความรักและปรารถนาดี นอกจากจะช่วยลดความเจ็บปวดทางกายแล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เยียวยาอารมณ์และความรู้สึกทางลบ เช่น ความหวาดกลัว หงุดหงิด โกรธ วิตกกังวล ไม่สบายใจ อันเกิดจากความเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นคงภายใน สงบ ผ่อนคลาย บางรายยังช่วยลดการพึ่งพิงยาบรรเทาปวดลง และสัมพันธภาพระหว่างกันดีขึ้นอีกด้วย

ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งกำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทั้งๆ ที่เพิ่งได้รับยาแก้ปวดไปไม่นาน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าการสัมผัสอาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ จึงลองใช้มือลูบเบาๆ ช้าๆ ตั้งแต่ศีรษะ ไล่ลงมาที่แขน ลำตัว จนถึงขา พร้อมๆ กับนับจำนวนครั้งที่มือลูบผ่าน โดยใช้เสียงนุ่มนวล เนิบช้า สักพักหนึ่งน้องก็สงบลง และหลับไปได้ ลองมาทบทวนวิธีการนวดสัมผัสแบบง่ายๆ และใช้กับคนที่คุณรักสักครั้ง คุณจะพบว่าการเยียวยาความเจ็บปวดที่ได้ผลที่สุด อาจไม่ใช่การให้ยาที่แพงหรือดีที่สุด แต่เป็นสัมผัสรักจากใจคุณนั่นเอง

เตรียมพร้อมสื่อสัมผัสแห่งรัก

จัดให้ผู้ป่วยนอนราบ อยู่ในท่าทางที่สบาย หลับตาลงเบาๆ

อาจเปิดเพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองเชื่องช้า ฟังสบายๆ คลอเบาๆ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย พร้อมเปิดใจส่งและรับสัมผัสแห่งรักอย่างเต็มที่

ขณะนวด ควรส่งความรัก ความปรารถนาดี ความรู้สึกห่วงใย ไปยังทุกสัมผัส ให้ใจของเราอยู่กับเขาทุกขณะ อย่าลืมบอกให้ผู้ป่วยเอาใจตามรู้ทุกสัมผัสที่มือนวดผ่าน งดการพูดคุยกันชั่วขณะ ลองใช้ใจสื่อสารกันผ่านสัมผัสแห่งรักสักครั้ง

นวดหน้า

ผู้นวดนั่งอยู่เหนือศีรษะผู้ป่วย ลูบไล้น้ำมันนวดให้ทั่วใบหน้า
ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดจากตรงกลาง ‘หน้าผาก’ ไล่ออกไปทางด้านข้าง
ใช้ปลายนิ้วมือนวดจาก ‘หัวคิ้ว’ ไปยัง ‘หางคิ้ว’ ทั้งสอง
ใช้ปลายนิ้วมือนวดจาก ‘หัวตา’ ไปทาง ‘หางตา’ เบาๆ ระวังอย่ากดแรงเกินไป
ใช้ปลายนิ้วมือนวดจากหว่างคิ้วลงมาตาม ‘แนวจมูก’ ทั้งสองข้าง ก่อนจะต่อไปยังบริเวณใต้จมูกเหนือ ‘ริมฝีปาก’ โดยนวดจากจุดกึ่งกลางออกไปทางด้านข้าง
ใช้ปลายนิ้วมือทั้งสี่ นวดปาด ‘คาง’ ไปทางซ้ายสลับกับทางขวา
ใช้นิ้วหัวแม่มือวางลงข้างจมูก ปลายนิ้วมือที่เหลือพยุงใบหน้าไว้ แล้วนวดออกไปทางด้านข้าง ‘แก้ม’ ไล่จากบริเวณโหนกแก้มลงมาที่คาง
อย่าลืมนวด ‘ใบหู’ ทั้งสองข้างด้วย และตบท้ายด้วยการดึงใบหูให้กางออกเบาๆ จะช่วยให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

นวดมือและเท้า

ชโลมน้ำมันนวดให้ชุ่มมือผู้ป่วย ใช้สองมือของเราค่อยๆ นวดวนตรงกลางฝ่ามือ ไล่ไปจนทั่วบริเวณ แล้วนวดคลึงนิ้วมือทุกนิ้ว รวมถึงหลังมือ เรื่อยมาจนถึงแขน ชโลมน้ำมันนวดให้ชุ่มเท้าผู้ป่วย ค่อยๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดบริเวณกลางฝ่าเท้า ไล่ไปเรื่อยๆ จนทั่วบริเวณ แล้วนวดคลึงนิ้วเท้าทุกนิ้ว รวมถึงหลังเท้า เรื่อยมาจนถึงหน้าแข้ง น่อง เมื่อนวดเสร็จข้างหนึ่งแล้ว ก่อนย้ายไปนวดอีกข้างหนึ่ง ควรค่อยๆ บอกลา โดยเคลื่อนสัมผัสจากฝ่ามือมายังปลายนิ้วมือผู้ป่วยเบาๆ แล้วค่อยๆ จับมือเขาวางลงอย่างอ่อนโยน

ในการนวด ควรทำอย่างช้าๆ และอ่อนโยน ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ลงน้ำหนักเท่าที่ผู้ป่วยจะรู้สึกสบาย จะช่วยให้ผ่อนคลาย และจิตใจสงบยิ่งขึ้น

วิธีการนวดดังกล่าว เป็นเพียงตัวอย่างจากประสบการณ์ของผู้เขียน คุณไม่จำเป็นต้องนวดตามรูปแบบหรือลำดับที่แนะนำ แต่สามารถปรับใช้ได้ตามความสะดวกของแต่ละคน ข้อสำคัญคือ การนวดด้วยใจ ด้วยความรัก ความปรารถนาดีไปกับทุกสัมผัส แล้วคุณอาจจะพบกับความมหัศจรรย์ของการนวดอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นเดียวกับผู้เขียน

10 มกราคม, 2561

กอด…เพิ่มพลัง สู้โรค

แปดปีก่อน ผู้เขียนได้ฟังเรื่องราวความมหัศจรรย์ของการกอดในงานเสวนาเครือข่ายช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายครั้งหนึ่ง ซึ่งจัดโดยเครือข่ายพุทธิการ่วมกับภาคีเครือข่ายช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายหลายโรงพยาบาล
5 เมษายน, 2561

หลักการเตรียมตัว เพื่อจากไปอย่างสงบ

ในยามที่ไม่มีเรื่องเดือดร้อนในชีวิต ให้ทำความดีสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราไม่ต้องเดือดร้อนใจเมื่อเกิดวิกฤติ หรือเวลาใกล้ตายก็ไม่มีอะไรที่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจว่าเราได้ทำความชั่วหรือเบียดเบียนใคร
18 เมษายน, 2561

แผ่เมตตา – จินตนาการ แปรพลังสู่การเยียวยา (๑)

เราสามารถบ่มเพาะความเมตตาให้เกิดขึ้นในใจได้ด้วยการแผ่เมตตาสม่ำเสมอหลังจากนั่งสมาธิ โดยใช้เวลาประมาณ ๕ - ๑๐ นาที อาจใช้บทสวดแผ่เมตตาทางศาสนาก็ได้ แต่ไม่ควรสวดแบบท่องตามไปเหมือนนกแก้วนกขุนทองโดยไม่ซาบซึ้งกับความหมาย