สร้างสุขที่ปลายทาง
ปาฐกถา
และ วัตถุประสงค์

ผู้เขียน: กฤติน ลิขิตปริญญา หมวด: ชุมชนกรุณา


 

สร้างสุขที่ปลายทาง ครั้งที่ 3 นโยบายส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย แบบประคับประคอง และการแสดงเจตนาในช่วงท้ายของชีวิต

ในงานสร้างสุขที่ปลายทางครั้งที่ 3 นี้เกิดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ฯ หัวข้อการจัดงานในครั้งนี้ใช้ชื่อว่า ชวน เข้าใจ ‘การตายดี’ ดันเครือข่ายพื้นที่ดูแล ‘ผู้ป่วยระยะท้าย’

นายแพทย์ประทีป คณธกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการประชุม สร้างสุขที่ปลายทางครั้งที่ 3 มี ใจความว่า แม้การดูแลรักษาแบบประคับประคองจะเริ่มแพร่หลายในสังคมไทยแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัด การประชุมในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อผลักดันการดูแล รักษาแบบประคับประคองให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง อีกทั้งยังมีมี วัตถุประสงค์ให้ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมต่างๆ เช่น ผู้บริหารส่วนกลาง ส่วน ภูมิภาค ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อทำให้เกิดการบูรณาการ การ ทำงานร่วมต่อไปในอนาคต อันจะนำมาซึ่งการขยายผลระยะยาวในวงการ การรักษาแบบประคับประคองต่อไป

ต่อมาอธิบดีกรมการแพทย์ สมศักดิ์ สรรฆศิลป์ ปาฐกถากล่าวเปิดงาน สร้างสุขที่ปลายทางครั้งที่ 3 โดยเนื้อหาของปาฐกถาครั้งนี้ บรรจุไปด้วย พัฒนาการระบบการรักษาแบบประคับประคองในเมืองไทย สถิติข้อมูลที่ น่าสนใจ รวมไปถึงเป้าหมายของกรมการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข ยกตัวอย่างเช่น

- แพทย์หลายคนที่ยังกังวลใจเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยตาม Living will หรือ พินัยกรรมชีวิตให้คลายความกังวลดังกล่าวลงได้ เพราะศาลสูงสุดได้ ให้คำยืนยันรับรองแล้วว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้หากแพทย์ดำเนินการ รักษาตามพินัยกรรมชีวิตของผู้ป่วย โดยมีกฎหมายมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพเมื่อปี 2550 รองรับ

- มีคนบนโลกราว 86 % ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการจากไปในวาระสุดท้าย อย่างสงบได้ และปรากฏมีถึง 98 เปอร์เซ็นของกลุ่มเด็กที่ต้องการวิธีการ รักษาแบบประคับประคองแต่เข้าไม่ถึง (รวมทั้งโลก) ประเทศไทยเมื่อเจ็ดปี ก่อน ก็เป็นประเทศที่ระบบการรักษาแบบประคับประคองไม่พัฒนาเติบโต เท่าที่ควรนัก แต่ปัจจุบัน Palliative Care ในไทยมีการดูแลที่บูรณาการ มากขึ้นและภาคอีสานคือภูมิภาคที่มีระบบบริการเชื่อมโยงมากกว่าภูมิภา คอื่นๆ โดยสะท้อนผ่านการใช้ยาบรรเทาปวดที่ภาคอีสานเข้าถึงได้ มากกว่าทุกพื้นที่

- ผู้ป่วยทุกกลุ่มที่เข้าสู่ระยะท้ายของชีวิต เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เนื้องอก ก็จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องการการรักษาแบบประคับประคองเช่นกัน ทว่ากลุ่มที่เข้าถึงส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นคนไข้โรคมะเร็ง

- นอกจากนั้นแล้วคนไข้โรคมะเร็งยังเป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงยาแก้ปวดอย่าง มอร์ฟีนได้มากที่สุดอีกด้วย

- เป้าหมายต่อไปของกระทรวงสาธารณสุขคือ การส่งเสริมการทำหนังสือ แสดงเจตนาเลือกวิธีการรักษาในช่วงท้ายของชีวิต และระบบสนับสนุน ตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ.2550 มาตรา 12 ควบคู่ไปกับการ พัฒนาการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองในทุกเขตสุขภาพทั่ว ประเทศ

- การเพิ่มการเข้าถึงยาบรรเทาปวด และเสริมทักษะการรักษาแบบประคับ ประคองไปสู่ผู้ดูแล (Carer) โดยความจำเป็นนี้ต้องอาศัยความร่วมมือ จากหน่วยงานแทบทุกด้าน เช่น หน่วยงานปกครองท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และจิตวิญญาณ อาสาสมัครในชุมชน สถานศึกษา รวมถึงครอบครัวหรือ ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายด้วย

- เป้าหมายอีกประการหนึ่งก็คือ การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายตามคุณภาพจะ ต้องตั้งมาตรฐานเอาไว้ว่า สามารถใช้ชีวิตในระยะท้ายได้อย่างสุขสบาย มี

ความสุขทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อต้องจากไป ก็จากไปอย่างสงบ สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ - ขณะเดียวกัน บุคลากรสุขภาพก็คู่ควรที่จะได้ รับการดูแลให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

บุคคลสำคัญ : นายแพทย์ ประทีป คณะกิจเจริญ, เลขาธิการคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ, นายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, อธิบดีกรมสุขภาพจิต

19 เมษายน, 2561

ความตายไม่น่ากลัว ความกลัวตายต่างหากที่น่ากลัว

ดิฉันมักจะกลัวอนาคตค่ะ กลัวความตาย เนื่องจากสามีเป็นคนดี กลัวการพลัดพราก ไม่อยากผูกพันกับใครมาก ทำให้ไม่กล้านึกถึงอนาคตค่ะ เวลาที่จะซื้อคอนโดฯ ก็กลัวว่าถ้าเค้าเสียชีวิตแล้วดิฉันจะทำอย่างไร ดิฉันควรคิดอย่างไรดีคะ
19 เมษายน, 2561

สูญเสีย ไม่สูญเปล่า

ม.ล.สุภาสินี จรูญโรจน์ คุณครูการศึกษาพิเศษ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง เคยผ่านประสบการณ์การสูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหัน และเสียน้องสาวจากโรคมะเร็งในสมองทั้งๆ ที่ก่อนหน้าจะป่วยน้องสาวเธอเป็นคนแข็งแรงและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ความสูญเสียทั้งสองครั้งแม้ยากจะทำใจ
19 เมษายน, 2561

ใจเดียว

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นหลังอ่านเรื่องราวจบลงด้วยน้ำตาคลอ ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่ทำลงไป “พี่ต้องขอโทษด้วยถ้าเรื่องราวของเอกและเมรวมถึงครอบครัว ที่พี่เขียนทำให้เอกรู้สึกสะเทือนใจ มีเนื้อหาส่วนไหนที่เอกรู้สึกว่ามันไม่ใช่ หรือต้องแก้ไขหรือเปล่า”