parallax background
 

ค่อยๆ ว่ากันไป

ผู้เขียน: ฮูนายเมี้ยน ภาพโดย: ณุภัทร อาจกล้า หมวด: ประสบการณ์ชีวิต


 

เคยรู้สึกบ้างไหมว่า มีบางช่วงที่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหารุมเร้าอย่างไม่คาดคิดและไม่ทันตั้งตัว จบเรื่องนี้มีอีกเรื่องหนึ่งตามมาอย่างติดๆ โดยไม่ทันหายใจ แถมไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่ามันมาได้อย่างไร รู้แต่ว่าชีวิตไม่สามารถจัดการหรือควบคุมอะไรได้เลย

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2558 โครงการที่ขอทุนจากแหล่งทุนถูกชะลอการดำเนินงาน และถูกกรมสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ในระหว่างการรอคอยอย่างไม่มีวี่แววว่าจะเริ่มงานได้เมื่อไรนั้น แม่ก็ไม่สบาย ไอมาเป็นเดือน เมื่อกินยาชุดไปหลายขนานแล้วไม่หาย แม่จึงยอมไปหาหมอเพื่อเอ็กซเรย์ปอด แต่ก็หาสาเหตุไม่เจอ

ในวันปีใหม่ 2559 แม่บอกว่าคลำเจอก้อนเนื้อขนาดเท่าหัวแม่โป้งที่หน้าอก คนอย่างแม่ที่ไม่เคยบ่นกับลูกว่าไม่สบาย คราวนี้หน้าตาดูตื่นตระหนกจนผมเองก็ตกใจกลัวไปด้วย แต่จากการคาดเดาของหมอในเบื้องต้นคิดว่าไม่ใช่เนื้อร้าย

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย ในที่สุดแม่ก็หายไอหลังจากไอติดต่อกันมา 5 เดือน เพราะค้นพบสาเหตุว่าเกิดจากการแพ้ยาแก้ความดันโลหิตตัวหนึ่ง ซึ่งเมื่อเปลี่ยนยา อาการไอก็ค่อยๆ บรรเทาลง ในวันที่แม่หยุดไอเป็นวันเดียวกันกับที่ไปฟังผลจากก้อนเนื้อที่ผ่าตัดออกมาแล้ว หมอบอกกับแม่ว่า “เป็นมะเร็ง” หมอพูดออกไปเหมือนบอกคนไข้ว่าคุณเป็นโรคหวัดอย่างนั้นแหละ ไม่มีการเกริ่นหรือปลอบโยนใดๆ แม่เล่าให้ฟังว่ารู้สึกมึนงง คิดว่าหมอพูดกับคนอื่น แต่ในห้องไม่มีใครนี่ ก็ต้องพูดกับแม่สิ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมต่อว่าแม่ว่าเพราะกินพวกของหมักดอง แม่หันพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่าไม่เกี่ยวกันหรอก ผมรู้ทันทีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดตำหนิกัน น้องเริ่มร้องไห้และพูดกับผมว่า ปีที่แล้วพ่อก็ตาย ปีนี้แม่ก็เป็นมะเร็งอีก ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ผมรู้สึกแย่ มันรู้สึกหนักหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก

ในที่สุดแม่ตัดสินใจว่าจะผ่าตัดเอาหน้าอกออก เพราะไม่ต้องการให้มะเร็งลามไปที่อื่น วันที่ผ่าตัดเป็นวันที่วุ่นวายอย่างมาก หมอไม่อยากให้ผ่าตัด เนื่องจากแม่ไม่สามารถควบคุมเบาหวานตามที่หมอกำหนดซึ่งอาจทำให้มีอาการแทรกซ้อน อีกทั้งแม่หยุดยาลิ่มเลือดไม่ครบจำนวนวันอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้ แต่แม่ไม่ยอมเพราะกลัวมะเร็งลามไปที่อื่น อีกทั้งเราใช้สิทธิ 30 บาท กว่าจะได้คิวคงอีกยาว

ไม่น่าเชื่อ ความใจเด็ดไม่ยอมตายของแม่ทำให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมะเร็งไม่ลามไปต่อมน้ำเหลือง แม่ดีใจมากและพูดอย่างมีอารมณ์ขันว่า “นางมณโฑ นมโตข้างเดียว” แต่ก็ยังมีเรื่องหงุดหงิดใจอยู่บ้าง เนื่องจากมีสายเสียบต่อจากหน้าอกเพื่อระบายเลือดที่คั่งหลังจากการผ่าตัด ทำให้แม่ทำอะไรไม่ค่อยสะดวกโดยเฉพาะตอนนอน

สองเดือนผ่านไป เลือดที่คั่งไหลออกจนหมด แม่ยิ้มจนแก้มแทบปริ เราต่างก็คิดว่าหมดทุกข์หมดโศกกันแล้ว แต่อีกไม่กี่วันต่อมา จู่ๆ แม่ก็เริ่มปวดขาอย่างไม่มีสาเหตุ บอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอม ได้แต่กินยาชุด หนึ่งอาทิตย์ถัดมาแม่ปวดจนถึงขั้นเดินไม่ได้ จึงยอมให้หามไปโรงพยาบาล แม่เลือกฉีดยาแทนที่จะกินยาจะได้หายไวๆ หมอสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเส้นเอ็นอักเสบ

ยังไม่หนำใจ หลังจากเดินได้ไม่นาน แม่ก็ไปล้มที่ห้องน้ำอีก โชคดีที่ไม่เจ็บตามร่างกาย แค่ปวดช้ำเล็กน้อย มีเพียงแต่นิ้วเท้าถูกกระแทกจนเป็นแผลเลือดออก ทำให้เดินกระโผลกกระเผลกไปอีกเป็นเดือน

ขึ้นปีใหม่ 2560 ผมคิดว่าเรื่องร้ายน่าจะผ่านไปได้แล้ว ทุกอย่างน่าจะจบสิ้นเสียที ผมปลอบใจตัวเองว่าปีนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไป และให้เหตุผลว่าคงเป็นปีชง แต่ในวันแรกของปีใหม่นั่นเอง ลมแรงจนทำให้ฝ้าเพดานขยับ มันทำท่าจะร่วงไม่ร่วงแหล่ ด้วยความที่แม่กลัวว่าจะหล่นใส่หัวลูก จึงเอาไม้กวาดไปเขี่ยให้เข้าที่ แต่กลับทำให้ฝ้าเพดานหล่นลงมาทันที แน่นอนว่าแม่ถูกเย็บที่คางไปสองเข็ม และฉีดยากันบาดทะยักอีก เฮ้อ...

หลังจากนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมรู้สึกชื่นชมแม่ที่ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยจิตใจที่เข็มแข็ง มองโลกในแง่ดี และปล่อยวางได้ง่าย ต่างจากผมที่มัวแต่หมกมุ่นคิดว่าเมื่อไรมันจะจบเสียที ผมคาดหวังที่จะควบคุมมันให้ได้ แต่ในที่สุดเมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำให้ผมอ่อนใจ ผมจึงยอมรับว่าไม่สามารถจัดการหรือกำหนดอะไรได้เลย

ผมลองเปลี่ยนวิธีใหม่ ปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามสถานการณ์ ค่อยๆ แก้ปัญหาที่แก้ได้ อันไหนแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องรีบร้อน หรือกดดันตัวเอง เพราะเมื่อกดดันตัวเองก็จะไปกดดันคนอื่นต่อ หากจัดการอะไรไปแล้ว ถ้ามันไม่เข้าท่า ผมจะไม่ถือสาหรือตำหนิตนเอง เพราะรู้ว่าผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง บางครั้งก็มีสติคิดได้ แต่บ่อยครั้งก็สติแตก คำที่ผมท่องไว้ในใจนั้นก็คือ “ค่อยๆ ว่ากันไป”

22 เมษายน, 2561

แรงอธิษฐาน

สายลมเย็นยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้าและผิวกายของข้าพเจ้าขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางมาปฏิบัติงาน ทำให้รู้สึกได้ถึงความสดชื่นและผ่อนคลายความง่วงงุนไปได้มาก
19 เมษายน, 2561

สูญเสีย ไม่สูญเปล่า

ม.ล.สุภาสินี จรูญโรจน์ คุณครูการศึกษาพิเศษ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง เคยผ่านประสบการณ์การสูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหัน และเสียน้องสาวจากโรคมะเร็งในสมองทั้งๆ ที่ก่อนหน้าจะป่วยน้องสาวเธอเป็นคนแข็งแรงและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ความสูญเสียทั้งสองครั้งแม้ยากจะทำใจ
4 เมษายน, 2561

การน้อมนำความตายในชีวิตประจำวันจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?

มองทุกอย่างเป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เช่น ของหายเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกหน่อยอาจจะเจอหนักกว่านี้ และเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณพร้อมหรือยัง ถ้าแค่นี้คุณยังไม่ผ่าน แล้วถ้าเจอกับความตายจะสอบผ่านได้หรือไม่