parallax background
 

ข่าวร้าย ไม่ร้ายได้ด้วยความเป็นสังฆะ

ผู้เขียน: เอกภพ สิทธิวรรณธนะ หมวด: How to


 

การทราบข่าวร้ายเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องประสบพบเจอ ข่าวร้ายที่ผู้ป่วยรับทราบมีด้วยกัน ๒ กรณี คือ ตนกำลังเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่มีโอกาสเสียชีวิตเช่น เป็นโรคมะเร็ง ติดเชื้อเอชไอวี กับข่าวร้ายอีกแบบหนึ่งคือ การทราบข่าวว่าความเจ็บป่วยของตนนั้นได้ดำเนินมาถึงระยะท้าย ไม่อาจรักษาให้หายขาด และมีชีวิตเหลืออยู่ในระยะเวลาจำกัดอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ หรือไม่กี่เดือน ในกระบวนการบอกข่าวร้ายหากผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือจากสังฆะใกล้ตัวผู้ป่วยที่ประกอบด้วยบุคลากรสุขภาพ ครอบครัว อาสาสมัคร รวมถึงตัวผู้ป่วยเอง ก็ย่อมทำให้การรับรู้ข่าวร้ายไม่ทำร้ายผู้ป่วยจนบาดเจ็บมากเกินไป

การประเมินผู้รับทราบข่าวร้ายเป็นขั้นตอนแรกๆ ของกระบวนการบอกข่าวร้าย เช่น การประเมินว่า ควรบอกผู้ป่วยก่อนหรือญาติก่อน ควรเปิดเผยข้อมูลมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปแพทย์มักมีเวลาจำกัดในการพูดคุยทำความเข้าใจ สถานการณ์นี้พยาบาลให้ความช่วยเหลือด้านการประเมินผู้ป่วยได้มาก เช่น การพูดคุยรับฟัง สังเกตลักษณะของผู้ป่วย ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อค้นหา "คนที่ควรทราบข่าวร้ายเป็นคนแรก" การประเมินผู้รับทราบข่าวร้ายที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับทราบความจริงอย่างครบถ้วน เพื่อนำพาผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเยียวยาในขั้นตอนต่อไป

สำหรับแพทย์การบอกข่าวร้ายแก่ผู้ป่วยหรือญาติ ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อแนะนำ การรักษาดูแลต่อสำคัญน้อยกว่าการบอกข่าวร้ายด้วยท่าทีที่นิ่มนวลใส่ใจ เว้นจังหวะให้ผู้ป่วยหรือญาติได้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดหรือสิ่งที่วิตกกังวล นอกจากนี้ควรเตรียมบรรยากาศการบอกให้มีความเป็นส่วนตัว สงบ สบายไม่มีสิ่งรบกวน การบอกความจริงด้วยท่าทีเช่นนี้มีโอกาสช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนจากความสับสนอื้ออึงได้มาก

เมื่อการบอกข่าวร้ายเสร็จสิ้น กระบวนการต่อมาคือช่วงเวลาแห่งการช่วยเหลือเยียวยา ในขั้นตอนนี้หากสังฆะรอบตัวผู้ป่วยโดยเฉพาะครอบครัว ผู้ใกล้ชิดให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างถูกวิธีก็จะช่วยเยียวยาจิตใจผู้ป่วยได้มากเช่น การให้กำลังใจด้วยความมั่นคงเข้มแข็ง การรับฟังและยอมรับปฏิกิริยาของผู้ป่วยในทุกๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสับสน โกรธ เศร้า ลังเลใจ เสียดาย เสียใจ กลัว ฯลฯ นอกจากนี้ผู้ดูแลจะช่วยให้ผู้ป่วยอุ่นใจมากขึ้นด้วยการเป็นเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างและพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ผู้ป่วยคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์วันที่เพื่อนร่วมงานกว่าร้อยคนต่างก็รู้ข่าวการป่วยเป็นมะเร็งของเธอ พวกเขาต่างก็เข้ามากอด ปลอบใจ ให้กำลังใจ แต่ด้วยความเสียใจ ร้องไห้คร่ำครวญ เธอสะท้อนว่ามุมหนึ่งก็ทำให้รู้ว่ามีเพื่อนที่รักเธอมากมายเพียงใด แต่อีกมุมหนึ่งก็ทำให้เธอเสียกำลังใจ ใจหาย เธอสะท้อนว่าเธอเศร้ามากกว่าขณะที่เธอรับรู้ข่าวร้ายเองเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ให้การเยียวยาผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นพยาบาล อาสาสมัคร หรือครอบครัวต้องให้การช่วยเหลือด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง มีจิตใจที่มั่นคงขณะให้กำลังใจผู้ป่วย

ญาติบางคนอาจเลือกปิดบังความจริงแก่ผู้ป่วย เพราะกลัวว่าผู้ป่วยจะทรุดอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับผู้ป่วยบางคนที่ไม่กังวลกับความตายของตน เท่ากับกังวลว่าคนใกล้ชิดครอบครัวของเธอจะรับข่าวร้ายและความสูญเสียของเธอได้ หรือไม่ผู้ป่วยบางคนเลือกที่จะปิดบังความจริงแก่ครอบครัวเป็นเวลาหลายเดือนถึงหลายปี สถานการณ์ดังกล่าวผู้ให้การดูแลสามารถช่วยเหลือด้วยการตั้งคำถาม ชวนมองให้เห็นความจริงอีกมุมหนึ่งที่ผู้ปิดบังข่าวร้ายอาจมองข้าม เช่น การปิดบังจะส่งผลต่อการรับการรักษาที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับในเวลาต่อมา ความเสี่ยงที่ผู้ป่วยหรือญาติจะรู้ความจริงจากแหล่งอื่น ความยากลำบากในการปิดบังความจริงไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้การช่วยเหลือควรทำความเข้าใจและเสนอแนะมากกว่าบังคับผู้ป่วยหรือญาติเปิดเผยความจริงเท่านั้น

สังฆะรอบตัวผู้ป่วยพึงทำความเข้าใจว่าการบอกข่าวร้ายไม่มีสูตรสำเร็จ และปฏิกิริยาด้านลบของผู้ป่วยเป็นสิ่งปกติธรรมดาและเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ผู้ป่วยและผู้ให้การดูแลต้องเดินทางมาถึงและก้าวข้ามด้วยความนุ่มนวล หากแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ครอบครัว และผู้ป่วยมีท่าทีต่อข่าวร้ายที่ถูกต้อง มีสติ เห็นอกเห็นใจและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

26 ธันวาคม, 2560

SKT ลมหายใจเพื่อการเยียวยา

จริงๆ แล้ว ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีอาการปวดหัวบ่อยสักเท่าไร แต่ในระยะที่อายุย่างเข้า ๕๐ ปี รู้สึกตัวว่าไม่สามารถจะนอนดึกเกินเวลาสี่ทุ่มต่อเนื่องได้หลายๆ วัน
28 พฤศจิกายน, 2560

ก้าวข้ามความผิดในใจ

ความรู้สึกที่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ไม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเป็นสิ่งสำคัญมาก ในผู้ป่วยหลายราย สิ่งหนึ่งที่พวกเขากลัวคือการที่ต้องตายคนเดียว หรือตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้
17 มกราคม, 2561

แยกกายดูจิตคลายเจ็บ

เรานั่งจนเจ็บมากๆ แต่ก็ไม่ลุก แล้วก็หลุดจากความเจ็บไปแป๊บนึง แล้วพอมันหลุดไปแป๊บหนึ่งเราก็รู้สึกว่ามันเป็นอย่างที่อาจารย์บอกเลย คำถาม