header
 

ทำศพแบบคนรักโลก
ทำให้เป็นของเหลว

ผู้เรียบเรียง: ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ หมวด: ในชีวิตและความตาย


 

กระบวนการอัลคาไลน์ (Alkaline Hydrolysis) จะใช้สารเคมีอัลคาไลน์ ความร้อน 152 องศาเซลเซียส และความดันทำให้ร่างย่อยสลายกลายเป็นของเหลวภายใน 3 ชั่วโมง เหลือเพียงฟัน กระดูก และวัสดุแปลกปลอม เช่น สะโพกเทียม เมื่อแยกสิ่งแปลกปลอมออกแล้ว จึงนำกระดูกไปเผา ส่วนของเหลวจะถูกกรองและนำไปทิ้งลงในระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไป

วิธีจัดการศพ เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นนั้นๆ ที่สั่งสมจนกลายเป็นความเชื่อและวัฒนธรรมในที่สุด เช่น คนทิเบตจัดการศพโดยแยกร่างกายและทุบส่วนที่เป็นกระดูก แล้วนำไปทิ้งบนภูเขาสูงให้แร้งกิน เพราะสภาพพื้นที่แห้งแล้งและหนาวเย็น หาไม้ฟืนเพื่อเผายาก และพื้นดินแข็งจึงขุดยากลำบาก

คนพุทธบ้านเรานิยมการเผา เพราะในอดีตอุดมไปด้วยป่าไม้ และพัฒนามาเป็นเตาเผาในปัจจุบัน ส่วนการฝังพอมีอยู่บ้าง ดังคำภาษิตที่ว่า “ตายฝัง ยังเลี้ยง” แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเพิ่มขึ้น ที่ดินน้อยลง การฝังร่างไว้ในที่ดินส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สุสานนั้น เป็นเรื่องที่ผู้อยู่อาศัยรุ่นต่อไปต้องใช้ความเข้มแข็งทางจิตใจระดับสูง ผู้เขียนเคยมีบ้านตั้งอยู่บนที่ดินที่เจ้าของเดิมถูกฝังร่างไว้บริเวณไร่ด้านหลังบ้าน แม้เรื่องราวเหล่านั้นจะเก่าแก่จนเรียกว่าตำนาน แต่เวลาเดินผ่านก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบทุกทีว่าเจ้าของที่เดิมจะโผล่มาทักทาย

ส่วนการเก็บศพไว้ที่บ้านก็เป็นทางเลือกที่ท้าทายเช่นกัน ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยไปบ้านสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งเก็บร่างของภรรยาที่เสียชีวิตไว้ในโลงแก้ว ตั้งไว้ในบ้านที่ตนยังคงอยู่อาศัยใช้ชีวิตเป็นปกติ เพื่อรอให้ตนเสียชีวิตแล้วจะได้จัดงานฌาปนกิจพร้อมกัน ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นคงเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ผู้เขียนไม่ได้ติดตามต่อว่า ยังคงมีลูกหลานอยู่ในบ้านหลังนั้นต่อหรือไม่

เมื่อกลายเป็นวัฒนธรรม คนรุ่นต่อมาย่อมพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะดำรงวัฒนธรรมเหล่านั้นไว้ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ผู้เขียนเคยไปนั่งสังเกตการณ์การเผาศพริมแม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสีเป็นวันๆ นานพอที่จะเห็นว่าคนมีเงินมักจัดหาไม้ฟืนจำนวนมากพอที่จะเผาร่างกายผู้ตายให้มอดไหม้กลายเป็นผุยผง แล้วค่อยนำเถ้ากระดูกโรยลงแม่น้ำคงคาเพื่อให้ผู้ตายไปสู่สรวงสวรรค์ แต่บริเวณท่าน้ำสำหรับฌาปนกิจศพ ก็มักมีชิ้นส่วนร่างกายลอยให้เห็นนัยว่าเป็นส่วนที่เผาไม่หมด เพราะญาติๆ ผู้ตายมีเงินซื้อฟืนที่ราคาแพงหูฉี่ในจำนวนจำกัด หรือเป็นศพคนต้องห้ามตามศาสนาที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำโดยไม่มีการประกอบพิธีกรรม

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยน ความเชื่อก็เปลี่ยนไปด้วย รวมทั้งความเชื่อที่สั่งสมจากรุ่นต่อรุ่นมาเป็นร้อยเป็นพันปีอย่างการจัดการศพ ขณะนี้มีความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม อยากให้ร่างกายที่ตายไปของตนเองเป็นประโยชน์กับโลกให้มากที่สุด หรือเป็นภาระของโลกให้น้อยที่สุด

นักวิทยาศาสตร์เริ่มแนะนำวิธีจัดการศพแบบใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีนำเสนอเป็นทางเลือกให้แก่บรรดาคนรักโลกมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการทำให้ร่างกายย่อยสลายเป็นของเหลวด้วยกระบวนการอัลคาไลน์ (Alkaline Hydrolysis) ผ่านเครื่องรีโซมีเตอร์ (Resometor) โดยใช้สารอัลคาไลน์ ความร้อน 152 องศาเซลเซียส และความดัน ทำให้ร่างย่อยสลายกลายเป็นของเหลวภายใน 3 ชั่วโมง เหลือเพียงฟัน กระดูก และวัสดุแปลกปลอม เช่น สะโพกเทียม ซึ่งจะถูกล้างและแยก และนำกระดูกไปเผา ส่วนของเหลวทิ้งลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย

บริษัท AquaGreen ในประเทศแคนาดาบอกว่า ปีที่แล้วซึ่งเป็นปีแรกของการทำธุรกิจ บริษัทได้จัดการศพไปแล้ว 200 ศพ กระบวนการนี้ถือว่า “เขียวร้อยเปอร์เซ็นต์” เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการเผาที่ต้องใช้ความร้อน 1,150 องศาเซลเซียส และใช้เวลา 70 นาที ส่วนของเหลวจากร่างกายนั้น ใช้วิธีกรอง 2 ครั้ง แล้วค่อยปล่อยลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองออนตาริโอ

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางสื่ออีกครั้ง เมื่อสภาปกครองเมืองแซนด์เวลล์ สหราชอาณาจักร อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องรีโซมีเตอร์ เป็นเงินประมาณ 13 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากบริษัทกำจัดน้ำเสียในท้องถิ่นปฏิเสธการรับของเหลวเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย โดยยืนยันว่าบริษัทจะไม่รับของเสียจากกระบวนการนี้เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียอย่างเด็ดขาด หากปราศจากแนวทางปฏิบัติของทางการ และมาตรฐานของอุตสาหกรรม หรือการผ่านประชามติ “นี่คือของเสียจากศพที่กำลังเข้าสู่ระบบน้ำ เราไม่คิดว่าสาธารณจะชอบแนวคิดนี้นัก” ขณะที่โฆษกของสภาปกครองเมืองแซนด์เวลล์บอกว่า “อุตสาหกรรมงานศพกำลังพัฒนาและทันสมัยขึ้น และเราต้องการเสนอทางเลือกให้ประชาชนมากขึ้น

ผู้เขียนเพิ่งเสร็จสิ้นการทำศพญาติด้วยการเผาในเตาเผา แล้วนำเถ้ากระดูกส่วนหนึ่งไปลอยอังคารในแม่น้ำ ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่เหลือขั้นสุดท้ายไม่แตกต่างจากวิธีทำให้เป็นของเหลวเลย...แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร หากมีการนำกระบวนการนี้มาใช้ในบ้านเรา

ข้อมูลอ้างอิง:

Council plan to liquefy bodies in eco-friendly alternative to cremation hits blockage
5 Eco-Friendly Burial Options

[seed_social]

9 พฤษภาคม, 2561

โรงเรียนสัปเหร่อ

ไม่รู้ว่าบ้านเรามีหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เยอรมนี แดนเบียร์ไส้กรอกอร่อย มีโรงเรียนสัปเหร่อ แห่งเดียวของยุโรป โดยชาวเยอรมันเข้าฝึกหัดการเป็นสัปเหร่อ
20 เมษายน, 2561

มหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ เปิดสอนปริญญาเอกด้านการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) เป็นแห่งแรกของโลก

มหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ (Lancaster University) เปิดรับนักศึกษาปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการดูแลแบบประคับประคองเป็นแห่งแรกของโลก จำนวน ๑๖ คน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓
17 ตุลาคม, 2560

ฉันไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยว

มีคำกล่าวกันว่า สภาพสังคมไทยจะเป็นอย่างไรในอีกสิบหรือยี่สิบข้างหน้า ให้ดูสังคมอเมริกันในเพราะสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ประเทศไทยเดินตามรอยมานานหลายสิบปี
ทำศพแบบคนรักโลก…ทำให้เป็นของเหลว
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"