parallax background
 

ว่าง

ผู้เขียน: ปุณ ต้นชมพู่ หมวด: รีวิวสุนทรียะในความตาย


 

“ว่าง” ดูจะเป็นคำตอบที่หาได้ยาก โดยเฉพาะจากปากของคนเมืองอย่างเรา คำว่า ‘ยุ่ง’ หรือ ‘เครียด’ จะคุ้นหูเราซะมากกว่า...

พอเราได้เห็นชื่องาน “ว่าง” ทำให้ฉุกคิดและนึกอยากไปค้นหาความหมายบางอย่าง... ยิ่งได้เห็นรายชื่อแขกรับเชิญในงานด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่าพลาดไม่ได้เลย... เราเดินทางไปมูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รัก จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 26 มกราคม 2561 พื้นที่ขนาดกะทัดรัดของมูลนิธิ ทำให้บรรยากาศในงานอบอุ่น เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปแล้วได้เห็นรอยยิ้มของหลายๆ คน... มีร้านรวงเล็กๆ ทั้งจากเครือข่ายพุทธิกา ที่มีหนังสือน่าสนใจมากมายให้เลือกสรร มีมุมกิจกรรมระบายสีน้ำ ค้นหาพลังแห่งความว่างภายในใจ จากจิตต์อาทร มีน้ำ กาแฟ และขนมจากผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกกระจุกกระจิกให้เลือกชิม และยังมีมุมเวิร์คช็อปเล็กๆ สำหรับปักผ้า

กิจกรรมในวันแรก เริ่มต้นด้วย Crystal singing bowl โดยครูเป้ ต่อด้วยการดูหนัง The Fault in our Stars พร้อมกับป๊อบคอร์นเคี้ยวเพลินจากเครือข่ายพุทธิกา แล้วปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ซึ่งพูดถึงหนังได้อย่างน่าคิดตาม ว่ามีคำหนึ่งที่นางเอกพูดกับพระเอกบ่อยๆ...คือคำว่า “โอเค” แม้ในตอนสุดท้ายของหนังจะไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่นางเอกก็ยังคงพูดทิ้งท้ายว่า “โอเค”

“ความรักที่บริสุทธิ์ มันอยู่กับปัจจุบัน ถ้าเราพยายามจะทำให้มันมีความหมายในอนาคต ความรักนั้นจะไม่บริสุทธิ์...มันงดงามเหลือเกินที่เราได้รักคนคนหนึ่งอยู่ในจิตที่เป็นปัจจุบัน แม้เค้าจะจากไปแล้ว...อย่าโหยหาว่าจะต้องรักฉันตลอดไป เพราะตลอดไปมันเป็นการทำให้ความหมายของความรักนี้เป็นอนาคต...หรือแม้วันหนึ่งที่ความรักนั้นจบลง แต่เราก็รู้สึกโอเค...มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ”

มีผู้ถามความเห็นของอาจารย์เกี่ยวกับความคาดหวังของแม่ในตัวลูก “เราทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด นั่นคือความหมายของการเป็นแม่ มันอยู่ที่เราทำหน้าที่ของเราด้วยใจอย่างไร ความอยากคือความคาดหวังในอนาคตที่จะเกิดผล เช่นแม่ปรารถนาจะให้ลูกได้กินอาหารที่ดี ที่อร่อย แม่ก็มีความสุขตั้งแต่ตอนที่ทำแล้ว แต่พอลูกบอกว่าผมอิ่มมาจากข้างนอกแล้ว แม่นี้ผิดหวังเลย เพราะลูกไม่ยอมกินอาหารที่แม่อุตส่าห์ทำ...ความหมายคือ เราได้ทำอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูก เรามีความสุขที่ได้ทำ นั่นคือความหมายที่บริสุทธิ์ของความเป็นแม่แล้ว ถ้าเค้าไม่ได้กิน แล้วเราเป็นทุกข์ นั่นคือเรากลับเอาความหมายไปใส่ว่า ลูกต้องกิน ลูกต้องอร่อย ตามที่เราปรารถนา...”

ครูณา อังคณา มาศรังสรรค์ ผู้ทำโรงเรียนพ่อแม่ลูก ได้แบ่งปันประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองเมื่ออายุ 38 ปี จากการเป็นแม่ที่ตีลูกและพยายามสร้างลูกให้สมบูรณ์แบบสมกับการเป็นเจ้าของโรงเรียนที่สร้างเด็กเก่งๆ ได้หลายคน บรรยากาศตึงเครียดในครอบครัวทำให้ครูณาทุกข์ทรมานกับการใช้ชีวิต จนวันที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเอง ครูณาต้องต่อสู้กับเสียงภายในจิตใจที่คอยกระซิบข้างหูให้กลับไปใช้การขึ้นเสียงหรือลงไม้ลงมือกับลูกแบบเดิมๆ แต่ด้วยความแน่วแน่ภายในจิตใจ ทำให้ชีวิตของครูณาเริ่มเปลี่ยนแปลง จากที่ลูกๆ กลัวแม่ กลายเป็นเข้ามาโอบกอดแม่ แม้ในเวลาที่ลูกเล่นเกมอย่างสนุกสนาน แต่ก็พร้อมจะผละออกจากเกมทุกครั้งที่แม่เรียก ด้วยรู้หน้าที่ของตัวเอง และ เพราะคุยกับแม่นั้นสนุกกว่าเล่นเกม และลูกก็เล่นเกมน้อยลงเพื่อเตรียมสอบเข้าเรียนในที่ที่ตัวเองต้องการ เรารู้สึกซาบซึ้งใจไปกับความรักแบบไม่มีเงื่อนไขของครูณา ที่บอกว่าไม่ว่าลูกจะสอบเข้าได้ หรือไม่ได้ “แม่จะรักเธอเหมือนเดิม”

“ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว ดีเสมอ ถ้าเราเข้าใจวิธีการที่จะจัดการกับมัน เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ ณาจะคุยกับลูกไม่เยอะ แต่ในแต่ละประโยค ณาจะทำให้ลูกเห็นว่าชีวิตเป็นของเธอนะ จะไม่ใช่ของแม่ เค้ามีสิทธิเลือกชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่จะเรียนหรือไม่เรียนหนังสือหรือจะเลิกเรียนโฮมสกูลเธอเลือกเองทั้งหมดเลยนะแต่ตั้งใจเลือกนะนับจากนี้แม่ขอให้เธอฟังเสียงตัวเองอะไรที่ลูกว่าดีถ้าแม่รู้สึกว่าไม่ดีจริงๆ มันอาจจะดีก็ได้ แม่ไม่ได้ถูกหมดหรอกแต่ถ้าอะไรที่ลูกเลือกแล้วมันไม่ใช่แม่อยู่ตรงนี้เสมอเรากลับมาคุยกันนะ...”

พี่โจน จันใด ก็ได้เล่าถึงวิธีการเลี้ยงลูกที่ไม่ได้สอน ไม่ฝืนใจ หรือบังคับลูก “แต่ก่อนมีข่าวว่า ฝรั่งกินกาแฟแล้วกาแฟหกใส่ตัวเอง ก็เลยไปฟ้องบริษัททำกาแฟ แล้วก็ชนะคดี ข้อหาที่บริษัททำให้กาแฟร้อนเกินไป พอมีกฎระเบียบมากมาย คนจะรู้สึกว่ากฎมันป้องกันเรา เราเลยไม่คิดที่จะป้องกันตัวเอง มันเลยทำให้มีกฎระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ...ถ้าไม่สอน คนจะเรียนรู้เยอะมาก แต่ถ้าสอน การเรียนรู้จะลดลง เพราะว่าเวลาสอน หมายความว่าคนที่เรียนไม่ได้อยากเรียน เรายัดเยียดว่าต้องทำอันนั้น จำอันนี้ มันเลยจำใจทำ เพราะสังคมบีบบังคับให้ทำ”

“ผมเลยกลับมาคิดว่า ถ้าเรามีลูก แล้วไม่สอนลูกจะได้มั้ย? เราก็เลยปล่อย ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เราทำคือ เราสอนตัวเอง เราไม่ได้สอนลูก เราอยากให้ลูกเป็นยังไง เราจะเป็นแบบนั้น เท่านั้นเอง เราไม่อยากให้ลูกโกหก เราก็จะไม่โกหกลูก...ปรากฏว่าเลี้ยงลูกง่ายมาก รู้สึกว่าลูกเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งที่สามารถจะเข้าใจอะไรๆ กับเราได้ เราใช้เหตุผลกับลูกตั้งแต่เป็นเด็ก เราอยากให้ลูกมีเหตุผล ก็จะอธิบายทุกอย่างให้ลูกฟัง ไม่มีความจำเป็นต้องสอนว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรร้อน อะไรเย็น เพราะทุกคนรู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าเค้าเรียนด้วยความสนใจ เค้าจะไปไกล มันสนุก มันไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าเค้าไม่สนใจทำ บีบบังคับให้เค้าทำ มันจะฝืน เมื่อเค้าเป็นตัวของเค้าเอง เค้าจะทำสิ่งที่เค้าชอบเสมอ... เราแค่ให้ความรู้ในการหาความรู้ ก็คือการสอนภาษา สอนคณิตศาสตร์ให้ ส่วนการหาความรู้นั้นเป็นหน้าที่ของเค้า ทีนี้เค้าสนใจอะไรก็ปล่อยเลย หน้าที่ของเราคือเป็นผู้สนับสนุนเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายมาก และเราจึงมีภาระในชีวิตน้อยลง”

พี่โจนยังเล่าถึงการปล่อยให้ลูกได้อยู่กับธรรมชาติว่า ทำให้ลูกเข้าถึงและเข้าใจชีวิตได้ง่าย เพราะธรรมชาติไม่มีความซับซ้อน ลูกจะได้เห็นวงจรชีวิตที่หลากหลายและเกี่ยวข้องกันอยู่ โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรยาก มันทำให้ลูกได้เห็นการเกิด-การตายบ่อยขึ้น

“ลูกขุดดินไปเจอลูกหนู ก็เอาลูกหนูมาเล่น เล่นกับลูกหนูไปซักพัก ‘เออ...มันตายแล้วพ่อ’ ... ‘มันตายก็ฝังสิลูก’ การอยู่ในเมืองเราแทบไม่เคยเห็นหน้าคนตาย ยิ่งมีบริษัทจัดการศพ เรายิ่งไม่มีความผูกพันกับศพเลย แต่ถ้าอยู่บ้านนอก ก่อนจะเผา เราต้องเปิดหน้าศพเพื่อให้คนเอาน้ำมะพร้าวไปรด เด็กก็จะได้เห็นว่านี่คือการตาย วันหนึ่งเราก็ต้องเป็นอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นวิถีที่จะต้องเข้าใจและเรียนรู้ ซึ่งสำคัญมากกว่าจะไปรู้ว่าโลกห่างจากดวงจันทร์เท่าไหร่ บางครั้งข้อมูลที่ไม่จำเป็น เรากลับถูกยัดเยียดเข้ามามากเกินไป”

ตอนเช้าตรู่ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้นำเดินภาวนาในสวน และหลังจากนั้น เราได้ก็ฟังธรรมบรรยาย “จะว่างได้ ก็ต้องวาง...คนสมัยนี้มักจะพูดว่าไม่ค่อยมีเวลา มีคนตั้งข้อสังเกตว่าคำพูดแบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนหรือสังคมที่มีฐานะ มีรายได้สูง แต่ถ้าไปถามชาวบ้าน เค้าจะมีเวลาเยอะ การที่มีเงินมาก ทำให้มีทางเลือกมาก ทำให้เค้าต้องพยายามที่จะเลือกทุกอย่าง พอเรามีสิ่งเสพมาก เราก็ต้องให้เวลากับการใช้ ซื้อแล้วก็ต้องใช้ ถ้าไม่ใช้ก็เสียดาย เช่นเราซื้อแพ็กเกจโทรศัพท์ 300 นาที ถ้าเราใช้ไปแค่ 100 นาที ก็รู้สึกว่าไม่คุ้ม ต้องใช้ให้ครบ 300 นาทีทั้งที่เราไม่จำเป็นต้องใช้”

“ภาพวาดมันจะสวยได้ มันต้องมีสเปซ (space) มันต้องมีช่องว่าง ถ้ามันมีสีเต็มพรึดไปหมด แม้สีจะแพงแค่ไหนมันก็ไม่สวย...ตัวหนังสือ ถ้ายาวเป็นพรึด มันน่าอ่านมั้ย? แม้เนื้อหาจะดี แต่มันก็ไม่น่าอ่าน มันต้องมีการเว้นวรรค เว้นบรรทัด แล้วบางทีก็ต้องมีย่อหน้า เพื่อให้มันมีสเปซ”

“ชีวิตของคนเราก็เหมือนกัน ทุกวันนี้ เราอยู่กับการต้องเร่งรีบ ต้องทำอะไรเยอะๆ ต้องมีมากๆ แล้วสุดท้ายชีวิตเรามันก็เหมือนกับตัวหนังสือที่ยาวเป็นพรึด ชีวิตเราจะมีคุณค่าและงดงาม ก็จากการเว้นวรรคให้กับชีวิตบ้าง มีช่วงที่ว่างจากกิจกรรม มีเวลาที่เราจะได้อยู่เงียบๆ นิ่งๆ น้อมใจกับธรรมชาติ ทั้งภายนอกและภายในใจเรา อย่าให้ชีวิตเรามันรกไปด้วยกิจกรรม”

“แต่กิจกรรมก็ไม่ใช่อุปสรรคของความว่าง บางครั้งที่เราต้องทำงาน ต้องมีกิจวัตร ในระหว่างนั้นเอง เราก็สามารถเติมความว่างให้ใจได้ เราทำกิจกรรมด้วยจิตที่ว่าง เหมือนในขณะที่เราเดิน เราเดินด้วยใจที่ว่าง ว่างไม่ได้แปลว่าแค่อยู่เฉยๆ นิ่งๆ ไม่ทำอะไร คนเราต้องทำนั่นทำนี่ไม่มากก็น้อย แต่ขณะที่ทำ ขอให้ทำด้วยจิตที่ว่างจากความคิดปรุงแต่ง โดยเฉพาะความยึดติดในอดีต หรือไปยึดติดข้องขัดอยู่กับอนาคต ว่างคือ ว่างจากอารมณ์ที่กัดกร่อน บีบคั้น เผาลน หรือทิ่มแทงจิตใจ เช่นความโกรธ ความชอบ ความรู้สึกผิด ความกังวล ความหนักอกหนักใจ จิตของเราจะว่างจากอารมณ์เหล่านี้ได้ ตัวสำคัญเลยคือ “ความรู้สึกตัว” เมื่อจิตเราเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตัว เมื่อนั้นมันจะว่างจากอารมณ์ที่เศร้าหมอง”

เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากใน “ความว่าง” ทั้งความว่างจากคำว่าโอเค แบบอาจารย์ประมวล ความว่างจากความรักแบบไม่มีเงื่อนไขของครูณา ความว่างจากอิสรภาพแบบพี่โจน และความว่างจากความทุกข์แบบพระอาจารย์ไพศาล...ไม่ว่าจะเป็นความว่างแบบไหน ล้วนแต่มีคุณค่าต่อการใช้ชีวิตและการจากโลกนี้ไป...เห็นทีว่า จะต้องออกแบบเวลาว่างของตัวเองบ่อยๆ ซะแล้วล่ะ


หมายเหตุ:
งานประจำปีของมูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รักจะจัดปีละ 1 ครั้ง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก FB: มูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รัก – โรงเรียนพ่อแม่ลูก ขอบคุณเวิร์คช็อปเล็กๆ ของเครือข่ายพุทธิกา และจิตต์อาทร ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำให้เราได้สัมผัสกับความว่าง

22 พฤศจิกายน, 2560

A Mortician’s Tale เกมความลับของสัปเหร่อ

ประเพณีโบราณในหลายวัฒนธรรมจะสนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการจัดการศพ เช่น การอาบน้ำศพ การเคลื่อนย้ายศพ เพราะการมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับความตาย
17 เมษายน, 2561

ยายผีสาว (ภาค ๒) Ghostgirl

คราวนี้เรื่องราวซับซ้อนขึ้นด้วยการให้วิญญาณของคนเป็นได้เข้ามาทำภารกิจบางอย่างในดินแดนคนตาย ด้วยการตามหาวิญญาณที่หลงทางในดินแดนนี้ขณะที่เจ้าของร่างกำลังอยู่ในภาวะโคม่า แน่นอนพวกเขามีเวลาจำกัด
25 พฤษภาคม, 2561

ชีวิต . ความกลัว . ลมหายใจ

ในวันที่อากาศร้อนๆ และมีฟ้าใสๆ เป็นช่วงที่เหมาะกับการพักร้อนและไปทะเล เราเลือกกิจกรรมหนึ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน คือการเรียนดำน้ำลึก หรือ Scuba Diving โลกใต้น้ำที่มีสิ่งมีชีวิตแปลกตา และมีสีสันมากมาย ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกัน...