parallax background
 

การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง
ของโรงพยาบาลพุทธชินราช (1)
วันเบาใจ

ผู้เขียน: วรพงษ์ เวชมาลีนนท์ หมวด: ชุมชนกรุณา


 

หลายปีที่ผ่านมา การพูดคุยเรื่องความตายและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเริ่มกระจายออกจากห้องอบรมสัมมนาเฉพาะกลุ่มไปสู่พื้นที่สาธารณะ มีการจัดงานเสวนาหรือกิจกรรมขนาดใหญ่ตามห้างสรรพสินค้าหรือหอประชุมระดับชาติหลายหน ไม่ว่าจะเป็นงาน “Before I Die” และ “Happy Deathday” เป็นต้น มีคนเข้าร่วมงานหลายพันคน สะท้อนความตื่นตัวและการเปิดรับการเรียนรู้เรื่องความตายของสังคมไทย แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่จะยังกระจุกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพฯ แต่เริ่มมีการกระจายตัวออกไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น พื้นที่ปัญญ์รัก จังหวัดนครสวรรค์ และล่าสุด เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคืองาน วันเบาใจ จัดขึ้นที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

วันเบาใจ มีผู้มาร่วมงานจำนวนเกือบพันคน เป็นกิจกรรมสาธารณะการเรียนรู้เรื่องความตายนอกเมืองหลวงของไทยที่ใหญ่ที่สุด และเป็นความคืบหน้าก้าวใหญ่ของโรงพยาบาลในการสื่อสารเรียนรู้เรื่องความตายและการดูแลแบบประคับประคองแก่บุคลากรในโรงพยาบาลเองและประชาชนในจังหวัด ที่สำคัญคือเป็นการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองได้อีกด้วย

วันเบาใจ
พญ.น้ำทิพย์ อินทับ กุมารแพทย์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพงานการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลพุทธชินราช กล่าวถึงที่มาของการจัดงานวันเบาใจว่า เกิดจากการเรียนรู้ของคณะทำงานที่พบว่า การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในโรงพยาบาลมักจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ป่วยอยู่ในช่วงวิกฤติมากแล้ว การทำให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบจึงเป็นไปได้ยาก เพราะมีเวลาดูแลน้อย แต่วิธีคิดในการดูแลแบบประคับประคองคือ การทำให้ผู้ป่วยมาพบทีมงานตั้งแต่ทราบว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เพื่อที่ทีมดูแลแบบประคับประคองจะได้มีเวลาดูแลผู้ป่วยให้สุขสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต

อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ดีที่สุดในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง คือการทำให้ทุกคนทั้งที่ป่วยและยังมีสุขภาพดีตระหนักว่า การตายดีจะเกิดขึ้นได้หากทุกคนมีการเตรียมตัวที่ดี ถ้าผู้ป่วยมีความเข้าใจและยอมรับว่าความเจ็บป่วยและการตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต รวมถึงรู้ว่าตัวเองมีทางเลือกในการรักษาแบบประคับประคอง โอกาสที่จะจากไปอย่างสงบย่อมเป็นไปได้มาก

คณะทำงานการดูแลแบบประคับประคอง จึงมีความคิดที่จะจัดงานสื่อสารสร้างความตระหนักรู้เรื่องความตายและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่เฉพาะกับประชาชนทั่วไป แต่รวมถึงบุคลากรสุขภาพในโรงพยาบาลที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องดังกล่าวอีกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่จะถูกฝึกมาให้ต่อสู้กับความตายจนถึงวินาทีสุดท้าย พร้อมกับเปิดโอกาสให้จิตอาสาคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงาน จึงออกแบบงาน วันเบาใจ ให้มีกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ การอบรมเชิงปฏิบัติการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องความตาย และลานกิจกรรมที่ให้คนมีส่วนร่วม

ทีมงานนิมนต์พระไพศาล วิสาโล และพระจิตร์ จิตตสังวโร มาช่วยเปิดมุมมองว่าเราสามารถใช้ความตายเป็นครู เอาประโยชน์จากความตาย และเตรียมตัวเพื่อให้พร้อมรับความตายได้อย่างไร ตามด้วยการแนะนำคณะกรรมการพัฒนางานดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลพุทธชินราช อธิบายความหมายและข้อดีของการดูแลแบบประคับประคอง รวมถึงงานต่างๆ ที่ทีมงานได้ทำไปแล้ว

มีการเสวนาเชิงวิชาการเรื่องตายดีและกฎหมาย Living will ที่ควรรู้ โดย ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส พูดถึงนโยบายและอนาคตของระบบการดูแลแบบประคับประคองในมุมมองของหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และยังมีตัวแทนฝ่ายพยาบาลมาอธิบายถึงบทบาทหน้าที่ของพยาบาลในงานดังกล่าวอีกด้วย

เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์เรียนรู้เรื่องความตาย ผ่านการอบรมเรื่องสมุดเบาใจ เกมไพ่ไขชีวิต ร่วมชมและสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Healing ว่าด้วยการแพทย์ทางเลือกและการเยียวยาทั้งร่างกายและมิติจิตใจ ตลอดจนมีการจัดลานกิจกรรมต่างๆ ให้เป็นเหมือนงานวัดที่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น กิจกรรมระบายถุงผ้าใส่ยา กิจกรรมทำพัด สอนโดยกลุ่มผู้สูงอายุจากเทศบาล นอกจากนี้ยังเปิดรับสมัครอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยในด้านต่างๆ

ผลของการจัดงาน นอกจากจะมีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรด้านการดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งเอื้อต่อการร่วมมือกันในอนาคต เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มีอาจารย์แพทย์และทันตแพทย์มาช่วยทำงาน และบุคลากรในโรงพยาบาลมีความเข้าใจงานดูแลแบบประคับประคอง เป็นต้น

กล่าวได้ว่า งานวันเบาใจ คือผลรวมของการขับเคลื่อนงานเรื่องการดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลพุทธชินราชในช่วงหลายปีก่อนหน้า ผ่านการเปลี่ยนแปลงและคลี่คลายตัวจากต่างคนต่างทำ สู่การรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน และมีโครงสร้างรองรับ เรียกว่า “คณะกรรมการพัฒนางานดูแลแบบประคับประคอง” ทำให้การทำงานเริ่มเป็นระบบ มีทิศทางที่ชัดเจน จนเป็นทีมงานที่เข้มแข็งอย่างในปัจจุบัน และเป็นต้นแบบการเรียนรู้เรื่องการพัฒนางานดูแลแบบประคับประคองที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง

ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์:
พญ.น้ำทิพย์ อินทับ (กุมารแพทย์), พญ.พรพิศ ตรีบุพชาติสกุล (อายุรกรรมทั่วไป/โรคติดเชื้อ ผู้ประสานงานการพูดคุยในครั้งนี้), พญ.หฤทยา กัสยานันท์ (อายุรกรรมทั่วไป/โรคเลือด) , นพ.บริบูรณ์ รักษาแดน (เวชศาสตร์ครอบครัว), นพ.ชัยวัฒน์ เหลืองวิเชียรพร (กุมารแพทย์), นางมยุรี สุขปัญญารักษ์ (หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล), นางสาวอุทุมพร มาลัยทอง (พยาบาลหัวหน้าศูนย์ดูแลแบบประคับประคอง), นางสาวนิตยา มณีท่าโพธิ์ (พยาบาลศูนย์ดูแลแบบประคับประคอง), นางสาว ณสุวรรณา ไกรคงจิตต์ (พยาบาลห้องไอซียู), นางปราณลักษณ์ พงษ์ยุทธา (พยาบาลหอผู้ป่วยนรีเวชกรรม) และคุณ อรทัย ชะฟู (กระบวนกรและจิตอาสา)

บุคคลสำคัญ:
พญ.น้ำทิพย์ อินทับ,พระไพศาล วิสาโล, พระจิตร์ จิตตสังวโร,ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส

7 มีนาคม, 2561

ชั่วขณะสุดท้ายของชีวิต: ภาวะร่างกายและการดูแล

การช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้จากไปอย่างสงบ นอกจากการให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยทางจิตใจแล้ว การมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะทางร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงขณะสุดท้ายมีความจำเป็นไม่แพ้กัน
25 เมษายน, 2561

Love / Language

แต่ทว่า ตอนนี้เขากำลังจะตาย ลมหายใจที่รวยรินและร่างกายที่ทรุดโทรมลงทุกวันตอกย้ำความจริงนี้แก่เธอ อย่างไม่ปราณี เมื่อผมพบกับเขาเป็นครั้งแรก เราสามารถสื่อสารกันได้แค่การกระพริบตา และคำถาม ใช่/ไม่ใช่ แบบง่ายๆ เท่านั้น
25 เมษายน, 2561

รับมือกับ…ความหวังดี

เมื่อทราบผลการตรวจว่าลูกชายฝาแฝดคนพี่วัย ๓ ปี ๑๐ เดือน เป็นมะเร็งที่ไต โดยในเบื้องต้นแผนการรักษาที่คุณหมอแจ้งให้ทราบคร่าวๆ คือ จะต้องตัดไตข้างซ้าย และรับเคมีบำบัดต่อหลังจากการผ่าตัด ส่วนในรายละเอียดอื่นๆ ของการรักษานั้น