7-1
 

ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง
คดีขอยกเลิกกฎกระทรวง
เรื่องหลักเกณฑ์ “สิทธิการตาย”
ชี้ไม่ขัดกฎหมาย

ผู้เขียน: กองสาราณียกร หมวด: ในชีวิตและความตาย


 

เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๘ ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ องค์คณะศาลปกครองสูงสุด นำโดยนายมนูญ ปุญญกริยากร ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวน ได้อ่านคำพิพากษา “ยกฟ้อง” ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.๑๔๗/๒๕๕๔ คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.๑๑/๒๕๕๘ ซึ่ง นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา และ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในคดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของกฎที่ออกโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีออก “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย พ.ศ.๒๕๕๓” โดยอาศัยอำนาจของมาตรา ๔ และมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐

โดยศาลให้เหตุผลว่า การออกกฎกระทรวงฯ นี้ มิได้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และองค์ประกอบอันมีความหมายในการปล่อยให้ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาเสียชีวิตลงโดยงดเว้นไม่ให้การรักษา หรือการใช้ยาและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างเพื่อยุติชีวิต แต่เป็นการรักษาอย่างประคับประคองเพื่อให้ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาดังกล่าวตายอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อมิให้ยื้อความตายอย่างสิ้นหวังหรือทำให้ผู้นั้นต้องทรมานจากการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่หากไม่มีบริการสาธารณะที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยแล้ว ผู้นั้นควรจะตายอย่างธรรมชาติแล้ว

“เมื่อวินิจฉัยเนื้อหาสาระของกฎกระทรวงฯ นี้แล้ว ไม่ปรากฏว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ และกฎหมายอื่นแต่อย่างใด จึงพิพากษายกฟ้อง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ได้ยื่นฟ้องนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต่อศาลปกครอง เนื่องจากเหตุว่า กฎกระทรวงฯ นี้ จะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำบริการสาธารณะด้านการสาธารณสุข และไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพราะคำว่า “การุณยฆาต” (Mercy Killing หรือ Euthanasia) เป็นการปล่อยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตลงโดยงดเว้นไม่ให้การรักษาหรือการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างเพื่อยุติชีวิต อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นหลักกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้ ยังขัดต่อมโนสำนึกในความเป็นแพทย์ที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสาม และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั้งปวงได้ถูกปลูกฝัง ฝึกอบรม และปฏิบัติต่อผู้ป่วยสืบต่อกันมา การออกกฎกระทรวงฯ นี้ เกินขอบเขตของ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.๒๕๒๕ และไม่เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง ตามมาตรา ๕๗ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนกฎกระทรวงฯ นี้

สำหรับกฎกระทรวงฯ นี้ มีสาระสำคัญคือ ให้ผู้ป่วยสามารถยื่นหนังสือแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าว่าไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย โดยในหนังสือจะต้องลงลายมือชื่อหรือลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำหนังสือ พยาน และผู้เขียนหรือผู้พิมพ์ไว้ด้วย ทั้งนี้ อาจมีการระบุรายละเอียดอื่นๆ เช่น ความประสงค์จะเสียชีวิต ณ สถานที่ใด ความประสงค์จะได้รับการเยียวยาทางจิตใจ และการปฏิบัติตามประเพณีและความเชื่อทางศาสนา และให้สถานบริการสาธารณสุขให้ความร่วมมือตามสมควร โดยหนังสือแสดงเจตนาสามารถทำ ณ สถานที่ใดก็ได้ และสามารถทำได้หลายฉบับ โดยให้ยึดฉบับที่ทำหลังสุด เป็นฉบับที่มีผลบังคับ

ที่มา: http://thaipublica.org/2015/06/living-will-1

[seed_social]
13 เมษายน, 2561

วิถีสู่ความตายอย่างสงบในสังคมไทย

ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอล ๒ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผู้มีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจ ภาคราชการ และบุคลากรทางสาธารณสุข จำนวนหลายสิบคน ได้มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนว่า
19 เมษายน, 2561

มหิดลทุ่มพันล้าน สร้างศูนย์วิจัย ดูแลคนชรา-คนป่วยระยะท้าย

ผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้ายมักเคลื่อนไหวน้อยลง พื้นที่ใช้ชีวิตแคบลง การดูแลคือต้องทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกได้นานสุดเท่าที่จะนานได้ อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะบ่อยครั้งที่เรามักดูแลโดยไม่ให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยระยะท้ายทำสิ่งใด สุดท้ายก็จะทำให้ร่างกายเสื่อมลงไวขึ้น
18 เมษายน, 2561

สธ.สั่งระงับการใช้คำแนะนำ แต่ สช.ยันสิทธิไม่ยื้อตายยังมีผลบังคับใช้อยู่

กระทรวงศึกษาธิการ (สธ.) ได้พิจารณาเรื่องการจัดทำคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธาณสุข เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข
ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีขอยกเลิกกฎกระทรวง เรื่องหลักเกณฑ์ “สิทธิการตาย” ชี้ไม่ขัดกฎหมาย
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"