2308-0
 

ยิ้มกว้างบนทางสายป่วย

ผู้เขียน: เอกภพ สิทธิวรรณธนะ หมวด: ประสบการณ์ชีวิต


 

“ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากโรคที่คุณเป็นนะ แต่เกิดจากการที่คุณไม่อยากเป็น คุณดิ้นรนขัดขืน คุณแกะโรคออกมาไม่ได้หรอก หมอยังแกะออกมาไม่ได้เลย

ในนาทีที่คุณยอมรับ มันง่าย เรายิ้มได้ การยอมรับไม่เพียงดีต่อตัวเรา แต่ยังดีต่อคนตรงหน้าด้วย หลายคนตรงหน้ามีกำลังใจ เพียงเพราะเห็นรอยยิ้มของเรา เราก็ดีใจว่า การแบ่งปันมันง่ายกว่าที่เราคิด เพียงเรามีกำลังใจดี จิตใจดี เขาก็ได้รับพลังดีๆ ไปด้วย มันมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเยอะเลย...”

นี่คือข้อคิดจากประสบการณ์ตรงของผู้หญิงที่ชื่อกันย์ สามัญชนคนธรรมดาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่รักษาไม่หาย เมื่อความตายมาเยี่ยมเยือนเตือนสติพร้อมบททดสอบที่เคี่ยวข้น ข้อคิดและประสบการณ์ของเธอจึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายคนรวมถึงผมด้วย กันย์ยินดีแบ่งปันเรื่องราวของเธอในโครงการ “ชีวิตสอนอะไรเราบ้าง?” ดำเนินงานโดยทีมงานและอาสาสมัครเครือข่ายพุทธิกา

ใครหลายคนบอกว่า กันย์ยังอายุน้อย เพียง ๓๓ ปี ไม่น่าจะต้องป่วยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะที่ ๔ เช่นนี้ แต่ความจริงคือ ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ใครเล่าจะกำหนดให้ตนแข็งแรงไปตลอดกาลได้

หลังการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง กันย์เข้าสู่กระบวนการรักษา ในช่วงแรกแพทย์ผ่าตัดเอากระเพาะปัสสาวะออกส่วนหนึ่ง พร้อมกับรับยาเคมีบำบัด การรักษาเหล่านั้นได้สร้างความทรมานไม่แพ้กัน เมื่อถึงจุดหนึ่งกันย์เลือกที่จะไม่รับยาเคมีบำบัด ขอหยุดพักการรักษาเป็นเวลา ๑ ปี ช่วงเวลานี้เธอเลือกที่จะท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป ทำงานอาสาสมัคร พร้อมกับเริ่มต้นปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง

ปีถัดมา มะเร็งกลับมาลุกลามใหญ่โต จนต้องตัดกระเพาะปัสสาวะทั้งหมด ทำให้ต้องปัสสาวะผ่านท่อเทียมที่หน้าท้อง (ทวารเทียม) แถมยังมีปัญหาแทรกซ้อน ขาขวารู้สึกชา ขยับและเดินไม่ได้ ซึ่งต้องฟื้นฟูดูแลมาจนถึงปัจจุบัน

ความตาย ความกลัว และการยอมรับ

เดิมที เธอคิดว่าความตายแม้เป็นสิ่งแน่นอน แต่มันก็อยู่ไกลมาก จนกระทั่งเมื่อแรกได้รับรู้ว่าเป็นมะเร็งระยะที่ ๔ นั่นแหละ เธอจึงรู้สึกได้ถึงความตายที่ขยับเข้าใกล้ชิดในระยะสบตาและสัมผัสได้

กันย์ทุกข์มากจากคำว่า “มะเร็ง” และ “ระยะที่ ๔” ยิ่งเมื่อได้เห็นผู้ป่วยเตียงข้างๆ มีอาการทุกข์ทรมานสาหัส ก็ยิ่งกริ่งเกรงหวาดกลัวมากขึ้น แต่หลังจากที่เธอสนใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ก็เริ่มมีสติรู้ตัวว่าอนาคตที่เธอวิตกกังวลนั้นยังมาไม่ถึง ปัจจุบันเธอยังมีร่างกายที่แข็งแรง ยังทำอะไรได้อีกหลายอย่าง เธอจึงยอมรับได้มากขึ้นว่ากำลังป่วยเป็นมะเร็ง และกำลังจะตาย

แม้ความจริงนั้นจะดูโหดร้าย แต่เมื่อเธอยอมรับได้ กลับกลายเป็นว่าเธอสามารถยิ้มได้ง่ายและกว้างกว่าเดิม คนรอบข้างก็พลอยรับพลังและกำลังใจจากเธอไปด้วย

แม้จะยอมรับความตายได้ แต่กันย์ก็สะท้อนข้อคิดเรื่องความกลัวตายได้น่าสนใจ

“การยอมรับกับความกลัว เป็นคนละเรื่องกัน บางคนจะไม่เข้าใจตรงนี้ เหมือนเรากลัวที่จะผ่าตัด แต่เรายอมรับการผ่าตัดได้ เราก็จะกล้าเข้าห้องผ่าตัด เช่นเดียวกับเรื่องความตาย ซึ่งแม้เราจะกลัว แต่เราก็เริ่มที่จะปรับใจยอมรับเขาได้มากขึ้น เขามาเมื่อไหร่ก็ยอมตายเมื่อนั้น”

พอกับชีวิต

การยอมรับความตาย ทำให้เรา “พอแล้ว” กับการรักษาได้ เลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับการรักษาพยาบาลแบบไหน ผมคิดว่าการยอมรับความตาย มีส่วนสำคัญให้กันย์บริหารความสมดุลในชีวิตได้ดีมากระหว่าง ความสุขสบาย ชีวิตที่ยืนยาว และศักดิ์ศรีที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง

นอกจากการเรียนรู้ปฏิบัติธรรม และยอมรับความตายได้ สิ่งที่ทำให้กันย์พอจะปล่อยวางชีวิตได้คือ การได้ทำบรรลุความปรารถนาส่วนใหญ่ในชีวิตของเธอ “อยากเรียนก็ได้เรียน อยากเที่ยวก็ได้เที่ยว อยากทำงานอะไรก็ได้ทำ ได้ฝึกปฏิบัติธรรม” ดังนั้น การยืดยื้อชีวิตให้ยาวนานออกไปจึงดูมีความหมายน้อยสำหรับเธอ

กันย์ยังให้ข้อคิดว่า สำหรับคนอื่นๆ ที่มีครอบครัว มีคนรัก ความรักและความผูกพันอาจทำให้การปล่อยวางชีวิตและยอมรับความตายเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา เธอบอกว่า โชคดีที่ไม่มีสามี มิฉะนั้น สถานการณ์คงแตกต่างและยากกว่านี้มากนัก

ค่าใช้จ่ายกับการรักษาก็เป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรง ต้องรักษาต่อเนื่องยาวนาน เธอจึงเลือกวิธีการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า กันย์ไม่ต้องการให้สิ้นเปลืองค่ารักษาพยาบาลจนหมดเนื้อหมดตัว สภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัวหลังการเสียชีวิตของเธอก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเธอเช่นกัน

นอกจากนี้ เธอยังได้มาพบแพทย์ที่รับเธอเป็นผู้ป่วยในการดูแล ตามแนวทางการดูแลระยะท้ายแบบประคับประคอง (Palliative Care) กันย์จึงมั่นใจว่าจะได้รับการบรรเทาความเจ็บปวดในระยะท้ายเป็นอย่างดี และจะได้รับการตอบสนองทางจิตใจตามที่ได้แสดงความปรารถนาไว้ เธอยิ้มกว้างกว่าเดิม เพราะได้เพื่อนคู่คิด ประคับประคองชีวิตจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องจากไป

จากผู้ป่วยสู่ผู้แบ่งปัน กับแฟนเพจ “มะเร็งพลิกชีวิต”

เพราะเวลาในการพบแพทย์แต่ละครั้งช่างน้อยเหลือเกิน อินเทอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งความรู้สำคัญในการดูแลสุขภาพของกันย์ (และเราทุกคน)

เธอได้เข้าเยี่ยมชม และหาข้อมูลจากเว็บไซต์สุขภาพต่างประเทศเกี่ยวกับผู้ป่วยทวารเทียมอยู่บ่อยๆ กันย์พบว่า ฝรั่งหลายคนช่างหน้าทึ่ง แม้ต้องขับถ่ายทางหน้าท้องก็ยังสามารถว่ายน้ำ วิ่งมาราธอน ปีนเขาได้สบายๆ ให้แรงบันดาลใจในการป่วยแต่ผาสุกยิ่งนัก แต่ความรู้ดังกล่าวมักเป็นภาษาต่างประเทศ เธอจึงเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจเล่าประสบการณ์การเป็นมะเร็งและมุมมองชีวิตของตัวเธอเองในชื่อ “มะเร็งพลิกชีวิต”

ผลตอบรับดีเกินคาด แทนที่เธอจะเป็นฝ่ายให้ความรู้ เธอกลับได้กำลังใจจากเพื่อนที่รู้จักและคนแปลกหน้าอย่างมากมาย นอกจากนี้ กันย์ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมประสบการณ์ ได้เรียนรู้เส้นทางชีวิตของแฟนเพจ มิตรภาพที่เบ่งบานในโลกไซเบอร์ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป ปัจจุบันเธอยังดูแลแฟนเพจโดยมีผู้ติดตามกว่าเจ็ดร้อยคน

หากประเมินจากการดูแลสุขภาพกายและใจของเธอที่ดีเยี่ยม กันย์ยังคงมีเวลาที่เหลืออีกพอสมควร สำหรับเตรียมตัวรับความสูญเสียที่กำลังจะเกิดกับครอบครัวของเธอ สั่งสมความดีผ่านการแบ่งปันความรู้และกำลังใจกับคนใกล้ชิด ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และปฏิบัติธรรมในชีวิตจริง ให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ดูเหมือนกันย์สอนให้เรารู้ว่า บางครั้งกว่าชีวิตจะเข้าถึงคุณค่าและความหมายด้วยความผ่อนคลายและเบิกบานได้ ก็ต่อเมื่อได้เผชิญความเจ็บป่วยและความตายอย่างมีสตินั่นเอง

๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗

[seed_social]
17 เมษายน, 2561

เพียงแค่คิด ก็สุขใจแล้ว

ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง จัดเป็นบุคคลที่มีความทุกข์ สิ่งที่ต้องการมากคือ คนที่ให้กำลังใจ เพื่อหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ให้จิตสงบ การเข้าสู่วัด เข้าสู่ธรรมะจึงเป็นทางที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ (ที่เป็นชาวพุทธ)
22 พฤศจิกายน, 2560

ความผิดปกติ…ที่เป็นปกติ

ย้อนไปเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในขณะที่หลายคนกำลังดูโทรทัศน์อยู่ พลันภาพจากจอโทรทัศน์ก็เปลี่ยนเป็นสีดำ ตัดภาพมามีผู้ประกาศข่าวใส่ชุดสีดำนั่งหน้าตรง
20 เมษายน, 2561

กลัว ไม่กลัว รู้ได้อย่างไร

นทีเริ่มปั่นป่วนดุจกระแสนทีที่เชี่ยวกราก – เอายังไงดี ...-ใจเต้นตูมตามยังไงๆ ก็จะเดินตามคนอื่น มั่วนิ่มตามๆ กันไป ระหว่างเดินไปๆ เมื่อบอกกับตัวเองว่าจะต้องไปเยี่ยมคนไข้ระยะสุดท้าย
ยิ้มกว้างบนทางสายป่วย
"เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของคุณ"